29/05/20 - 20:24 PM


ผู้เขียน หัวข้อ: บริษัทสามารถริบยอดขายและไม่จ่ายค่าแรง ได้หรือไม่  (อ่าน 77 ครั้ง)

noblebu

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ ผมทำงานเป็นเซลล์ part time ขายผลิตภัณฑ์หนึ่ง ผมได้รับค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์แล้วแต่ยอดลูกค้าที่ผมหามาได้ ซึ่งโดยปกติที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาอะไร แต่ในช่วงหลังทางบริษัทได้กำหนดให้ต้องหาลูกค้าให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละสามคน ทางบริษัทถึงจะจ่ายค่าแรงให้ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมหายอดลูกค้าได้เพียงสองคน ทำให้ไม่ถึงเป้าที่บริษัทกำหนดไว้ ทางบริษัทจึงไม่จ่ายค่าแรงให้ผม รวมทั้งริบยอดลูกค้าของผมไปด้วย และสัปดาห์ถัดไปยอดก็จะเริ่มต้นจาก0ใหม่ ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไม่ได้ค่าจ้างใดๆเลยแม้แต่บาทเดียว ยอดก็ถูกริบไปด้วย เหมือนผมทำงานให้กับบริษัทฟรีโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆเลย ไม่ทราบว่าทางนายจ้างสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือไม่ครับ เข้าข่ายเอาเปรียบลูกจ้างหรือเปล่าครับ แล้วผมสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง มีเพื่อนๆอีกหลายคนที่เจอแบบเดียวกับผม สัญญาการทำงานอะไรก็ไม่มีเนื่องจากทำงานพาร์ทไทม์ ไม่มีค่าแรงขั้นต่ำใดๆเลย นอกจากค่าคอมฯที่ได้จากลูกค้า รบกวนขอคำชี้แนะและความรู้ให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ทนายพร

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 509
    • ดูรายละเอียด
จากที่เล่ามา ทนายกำลังจินตนาการอยู่ว่า งานที่เราทำนั้น เป็นงานขายในลัษณะจ้างกันตามผลงาน หมายถึง จ่ายเงินให้ตามผลงานที่ทำได้ เหมือนๆกับพนักงานขายรถยนต์ตามโชว์รูมต่างๆ เมื่อก่อน จะมีเงินเดือนให้ด้วยแต่ไม่มาก เช่นเดือนละ ๓-๔ พัน แต่ได้ค่าคอมมิชชั่นเเต่ละเดือนหลายหมื่นจากยอดขายรถได้ ในช่วงเศรษฐกิจบูมๆ บางคนได้ค่าคอมฯเดือนนึง ๒ แสน ลืมเรื่องเงินเดือนไปเลยก็มี  อยู่มาวันหนึ่ง มีพนักงานขายถูกเลิกจ้าง จึงได้ไปร้องพนักงานตรวจแรงงานว่า นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือเรียกว่า ได้เงินเดือนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ พนักงานตรวจแรงงานจึงมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นเรื่องเลยที่นี้ นายจ้างก็เลยเปลี่ยนว่า ต่อไปจะไม่เรียกว่า "พนักงานขาย" แต่ใช้คำในสัญญาว่า "ที่ปรึกษางานขาย" ไม่มีเงินเดือน มีแต่ค่าคอมมิชชั่น ถ้าขายไม่ได้ก็ อด ไม่ต้องลงเวลาทำงาน ไม่กำหนดวันหยุด จึงเป็นเหตุให้ไม่อยู่ในการบังคับใช้ของกฎหมายแรงงาน เพราะไม่ถือว่าเป็นลูกจ้างนั้นเอง

ของเราก็น่าจะอยู่ในเกณฑ์นี้

แต่การกำหนดยอดขายให้ได้ ๓ คน หากไม่ถึงจะไม่ได้ค่าตอบแทนนั้น ไม่น่าจะเป็นธรรม เพราะถ้าหาได้ไม่ถึงก็จะเกิดภาวะอย่างเราในตอนนี้ ซึ่งถ้าจะให้เป็นธรรม จะต้องได้ค่าตอบแทนตั้งแต่คนแรก ส่วนจะได้มากน้อยอย่างไรก็ไปกำหนดให้ชัดเจน เช่น หากได้คนเดียวได้ ๕ บาท ถ้าได้คนที่ ๒ จะได้เพิ่มอีกเท่านั้นเท่านี้บาท ก็ว่าไป

เอาเป็นว่า ตอนไปตกลงทำงาน เรารู้เงื่อนไขนี้หรือไม่ หากรู้เรายอมตกลงหรือไม่ ถ้ารู้และตกลง ก็ต้องเป็นไปตามที่ตกลงล่ะครับ คงเรียกร้องอะไรไม่ได้ เว้นแต่รวมตัวกันไปเจรจากับนายจ้างตามข้อเสนอของทนายข้างต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม หากไปคุยแล้วไม่ได้ผล ก็ไปหาที่อื่นทำดีกว่ามั๋งทนายว่าอ่ะนะ อาจจะดีกว่าที่นี่ก็เป็นได้ จริงมั๊ย ;D

เอาใจช่วยครับ

ทนายพร.