25/09/17 - 22:15 PM


ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปกฎหมายแรงงานสั้นๆ 31 ข้อ ที่ลูกจ้างทุกคนควรรู้  (อ่าน 62056 ครั้ง)

ทนายพร

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 214
    • ดูรายละเอียด
ฝ่ายบุคคลบริษัทหนึ่ง (ญาติๆกันครับ) โทรมาหาผมว่า มีกฎหมายแรงงานอะไรบ้างที่เขาและลูกน้องควรต้องรู้บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิแรงงาน เอาแบบสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ใน 15 นาที จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2013, 02:05:22 AM โดย ทนายพร »

ทนายพร

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 214
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปกฎหมายแรงงานสั้นๆ 31 ข้อ ที่ลูกจ้างทุกคนควรรู้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2013, 03:35:02 PM »
ผมตอบไปว่า การจะเป็น "ฝ่ายบุคคลที่ดี" มี 31 ข้อในกฎหมายแรงงาน ที่ควรรู้ ซึ่ง 31 ข้อนี้ใช้กับลูกจ้างทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือไร้สัญชาติครับ

อย่างที่ผมย้ำกับหลายๆคนบ่อยครั้งว่า กฎหมายแรงงานทุกฉบับคุ้มครองคนที่เป็น “แรงงานทุกชาติ” สำหรับผู้ที่ทำงานโดยลักลอบเข้าประเทศไทยและไม่มีใบอนุญาตทำงาน ย่อมทำผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521 เท่านั้น แต่ไม่เป็นเหตุหรือเงื่อนไขที่จะทำให้ผู้ที่เป็นแรงงานไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานดังกล่าวนั้น

รายละเอียด มีดังนี้ครับ


สัญญาจ้างแรงงาน

(1)   เมื่อมีการจ้างแรงงานแล้ว แม้จ้างกันด้วยวาจา ก็มีสถานะเป็น “ลูกจ้าง”

(2)   แม้นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงทำสัญญาจ้างแรงงานกันด้วยความสมัครใจ แต่ถ้าข้อตกลงส่วนใดขัดหรือผิดแผกแตกต่างกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก็ตกเป็นโมฆะ จะอ้างข้อตกลงนั้นมิได้

(3)   นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เฉพาะการจ้างลูกจ้างให้ทำงานตามโครงการ หรืองานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลฯเท่านั้น มิใช่ในงานปกติทั่วไป

การทำงานล่วงเวลา

(4)   การทำงานหลังเวลาเลิกงานเป็นการทำงานล่วงเวลา จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน และนายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างนั้นด้วย ส่วนที่ลูกจ้างมาทำงานสาย นายจ้างลงโทษทางวินัยได้

(5)   เมื่อนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ก็ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง จะตกลงให้หยุดงานชดเชยแทนมิได้


(6)   ไม่ว่าลูกจ้างจะมีตำแหน่งสูงเพียงใด หรือได้รับเงินเดือนมากสักเท่าใด หากทำงานล่วงเวลาก็ย่อมมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา คงมีข้อยกเว้นตามกฎหมายไว้เฉพาะ “ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง” เท่านั้น

วันหยุด


(7)   กฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า เพื่อให้ลูกจ้างได้หยุดงาน เมื่อกฎหมายบัญญัติเป็นวันหยุดจึงมิใช่วันลา แม้ลูกจ้างไม่ได้ลา นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินเป็นค่าทำงานในวันหยุดให้


(๘) เมื่อนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ก็ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง เว้นแต่งาน ในกิจการโรงแรม สถานมหรสพ ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่มสโมสร สมาคม สถานพยาบาล สถานบริการท่องเที่ยว งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร งานขนส่ง นายจ้างจึงจะตกลงกับลูกจ้างที่ต้องมาทำงานในวันหยุดตามประเพณี โดยให้หยุดในวันอื่นชดเชยแทนการจ่ายค่าทำงานในวันหยุดได้

การลากิจ

(9)   ลูกจ้างที่ขอลาเพื่อกิจธุระ นายจ้างมีสิทธิที่จะอนุญาตหรือไม่ก็ได้ เป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างเอง แต่เมื่ออนุญาตแล้ว จะไปหักวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่ได้ หากจะให้เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีก็ต้องแจ้งลูกจ้างว่าไม่อนุญาตให้ลา แต่ให้เป็นวันหยุดดังกล่าวแทน


การลาป่วย/คลอดบุตร/ลาบวช

(10)   ลูกจ้างที่ลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์หรือใบรับรองของสถานพยาบาลของทางราชการก็ได้ หากลูกจ้างไม่อาจแสดงได้ ให้ชี้แจงนายจ้าง

(11)   กฎหมายปัจจุบันมิได้กำหนดให้นายจ้างมีสิทธิเรียกใบรับรองของแพทย์ประกอบการลาเพื่อคลอดบุตรไว้ นายจ้างจึงไม่อาจกำหนดให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์(ดังเช่นการลาป่วย)ได้


(12)   กฎหมายคุ้มครองแรงงานมิได้กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นในการลาเพื่อคลอดบุตรไว้ ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์จึงมีสิทธิลาได้เมื่อมีครรภ์ ต่างกับกฎหมายประกันสังคมที่กำหนดให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบแล้วเจ็ดเดือนจึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน

(13)   กฎหมายคุ้มครองแรงงานมิได้กำหนดสิทธิในการลาเพื่ออุปสมบทไว้ ลูกจ้างซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทจึงลาได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างนั้น หรือตกลงกับนายจ้างสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีไว้จนพอที่จะขอหยุดไปอุปสมบทได้



ค่าจ้าง คืออะไร

(14)   การคำนวณค่าล่วงเวลาหรือเงินประเภทอื่นตามกฎหมาย(เช่น ค่าชดเชย เป็นต้น) นายจ้างจักต้องคำนวณจาก “ค่าจ้าง” ซึ่งหมายถึงเงินทุกประเภทได้ที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงาน มิใช่เฉพาะเงินเดือนเท่านั้น

(15)   สัญญาหรือข้อตกลงที่นายจ้างทำไว้กับลูกจ้างว่าเงินเดือนของลูกจ้างได้รวมค่าล่วงเวลาไว้ด้วยแล้วนั้น เป็นสัญญาที่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตกเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้

(16)   ค่าจ้าง คือ
- เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้าง
- สำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ เป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน
- และให้หมายความรวมถึง เงิน ที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง ในวันหยุดและวันลา ที่ลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้


ลูกจ้างชั่วคราว/ลูกจ้างทดลองงาน/ลูกจ้างรับจ้างทำของ


(17)   ลูกจ้างชั่วคราวก็ถือว่าเป็น “ลูกจ้าง” มีสิทธิและได้รับ การคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นเดียวกับลูกจ้างอื่น

(18)   ลูกจ้างรายวันก็ถือว่าเป็น “ลูกจ้าง” มีสิทธิและได้รับ การคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นเดียวกับลูกจ้างอื่น โดยมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดและวันลาตามที่กฎหมายกำหนด

(19)   ลูกจ้างทดลองงานเป็น “ลูกจ้าง”ตามกฎหมาย หากนายจ้างจะเลิกจ้างก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแทน


(20)   ลูกจ้างทดลองงานเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย จึงมีสิทธิและได้รับการคุ้มครองทุกบทมาตราอายุงานเพื่อให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายจึงเริ่มนับทันที

(21)   กฎหมายมิได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานไว้ นายจ้างจึงกำหนดระยะเวลาทดลองงานเท่าใดก็ได้ แต่ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างนั้นเมื่อทำงานครบ 120 วันแล้ว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย


(22)   คนงานที่ทำงานเหมา (เช่น ทอผ้าเป็นหลา เย็บเสื้อเป็นโหล เป็นต้น) ถือว่าเป็น “ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลของงาน” มีสิทธิและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับลูกจ้างอื่น


เจ็บป่วยจากการทำงาน


(23)   อ่านที่ link นี้ครับ ผมได้เคยเขียนไว้แล้วอย่างละเอียดแล้ว http://thanaiphorn.com/boards/index.php?topic=5.msg8;topicseen#new


การเลิกจ้าง/หยุดกิจการ

(24)   นายจ้างที่มีความจำเป็นโดยเหตุที่สำคัญอันมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ต้องหยุดกิจการชั่วคราว ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่

(25)   ตามกฎหมาย นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างในระหว่างการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง การสั่งพักงานลูกจ้างที่กระทำความผิดทางวินัยในระยะเวลาสั้นๆ ก็ย่อมกระทำได้


(26)   การลาออกจากงานเป็นการเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ตามกฎหมายลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายจ้างทราบ เมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า

(27)   การลาออกจากงานเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานโดยฝ่ายลูกจ้าง การบอกเลิกสัญญาเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียว มีผลเป็นการเลิกสัญญาทันทีเมื่อถึงกำหนดเวลาที่แจ้งหรือระบุไว้ในการลาออกนั้น นายจ้างไม่มีสิทธิยับยั้งหรือไม่อนุมัติแต่อย่างใด

(28)   นายจ้างที่เลิกจ้างลูกจ้างและจ่ายค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ก็จะไม่ถูกฟ้องร้องเฉพาะข้อหาไม่จ่ายค่าชดเชยเท่านั้น ลูกจ้างอาจฟ้องร้องนายจ้างในข้อหาอื่นได้อีกมาก เช่น ข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ข้อหาไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นต้น


ศาลแรงงาน

(29)   การฟ้องศาลแรงงานในคดีผิดสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาจ้างก็ฟ้องได้

(30)   ถ้าเป็นการจ้างหรือตกลงด้วยวาจา พยานหลักฐานที่ดีที่สุดก็คือตัวลูกจ้างอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า นายจ้างให้สัญญาอย่างไร หรือตกลงอย่างไร ลูกจ้างเบิกความซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา หากเป็นความจริงก็ชนะคดีได้


(31)   การฟ้องคดีต่อศาลแรงงานเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย แม้ฟ้องไปแล้วศาลจะพิพากษายกฟ้องหรือแพ้คดี ก็ไม่เป็นเหตุให้ฝ่ายชนะคดีฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายได้ เว้นแต่ได้เบิกความหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี ก็จะมีความผิดทางอาญา


ทั้งนี้ 31 ข้อ ผมประมวลข้อมูลจากการอ่านหนังสือหลายๆเล่มของ ศ.เกษมสันต์  วิลาวรรณ โดยเฉพาะเรื่องสังเวียนแรงงานการต่อสู้คดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างมีกฎหมายแรงงานเป็นกติกา และมีผู้พิพากษาเป็นกรรมการชี้ขาดตัดสิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2013, 02:05:12 AM โดย ทนายพร »

Re: สรุปกฎหมายแรงงานสั้นๆ 31 ข้อ ที่ลูกจ้างทุกคนควรรู้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2015, 11:25:33 AM »
ตอนนี้ผมมีปัญหา เรื่องการลาบวชอ่ะคับ ตอนนี้วันที่ 29 มิถุนายน 2558 แต่ผมจะขอลาบวช ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2558 กำหนดลา 10วัน จนถึง วันที่ 13 กรกฎาคม แต่ตอนนี้บริษัทที่ผมทำงานอยู่ ใกล้ปิดโรงงานแล้ว ทางโรงงานได้โอนย้ายพนักงานไปอีกโรงงานเกือบหมดแล้ว เหลือพนักงานที่ไม่ประสงค์โอนย้าย อยู่อีก4คน ทางโรงงานเลย กลั่นแกล้งโดนให้ทำงาน จากพนักงานฝ่ายผลิต ให้มาเป็นภารโรง เกบของ เกบขยะรอบโรงงาน โดนบีบพนักงาน โดยการให้ใบเตือน ตอนนี้ ผมไม่ได้ทำความผิด แต่โดนใบเตือนแล้ว3ใบ โดนพักงานไปแล้ว 3วัน แล้วทางโรงงานก้อไม่ให้อีก ผมกะรอได้อีกใบโดนไล่ออก แล้วเอาใบเตือนไม่เป็นธรรมไปฟ้องศาล แต่ตอนนี้ผมมีปัญหาตรงลาบวชนี้ ถ้าผมเขียนส่งใบลาไปแล้วทางโรงงานไม่อนุมัติ ผมควรทำไงอ่ะคับ

ทนายพร

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 214
    • ดูรายละเอียด
ก็น่าเห็นใจนะครับ อย่างไรก็ตามขอตอบตามคำถามอย่างนี้ครับ
๑. กรณีการลาบวชนั้น ต้องดูข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ได้กำหนดหลักเกณฑ์การลาบวชไว้ว่าอย่างไร ต้องขออนุญาตก่อนกี่วัน หรือเป็นสิทธิของลูกจ้างที่สามารถลาบวชได้โดยเพียงการแจ้งให้ทราบ ซึ่งการลาบวชนี้ต้องดูที่ระเบียบการลาครับ อย่างไรก็ตาม หากได้มีการแจ้งล่วงหน้าไปพอสมควรแล้วเรามีการเตรียมการต่างๆโดยเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานไว้ทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ว่าบริษัทจะไม่อนุมัติ ผมก็คิดว่า "พอมีเหตุอันสมควร" ที่ศาลจะให้ความกรุณาครับ
๒. การที่บริษัทลดตำแหน่งงานนั้น โดยทางกฎหมายถือว่าไม่เป็นคุณกับลูกจ้างครับ
เอาใจช่วยครับ
ทนายพร

middaysleepy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปกฎหมายแรงงานสั้นๆ 31 ข้อ ที่ลูกจ้างทุกคนควรรู้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2016, 11:23:35 AM »
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ติดตามบล็อกเกมสนุกมันส์ๆได้ที่นี่
เล่นบอลออนไลน์
football

sakexcel02

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
 :)
ขอบคุณมากครับเยี่ยมมาก