25/09/17 - 22:14 PM


ผู้เขียน หัวข้อ: โดนหักค่าคอมมิชชั่นและเงินเดือน  (อ่าน 96 ครั้ง)

giftpnys

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
โดนหักค่าคอมมิชชั่นและเงินเดือน
« เมื่อ: กันยายน 02, 2017, 12:25:50 PM »
สวัสดีค่ะมีเรื่องอยากขอคำปรึกษาค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นพนักงานขายรถยนต์ที่บริษัทแห่งหนึง การจ่ายเงินเดือนและคอมมิชชั่นของบริษัทจะได้จากการขายของเดือนที่แล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม2560เราตัดสินใจลาออกพร้อมพี่ที่ทำงานด้วยกันอีก2คนค่ะ และเดือนนั้นเราขายรถได้1คัน แต่รถที่เราขายเป็นรถที่ทางบริษัทแจ้งขายกับบริษัทแม่ไปแล้วซึ่งเราก็ทำเอกสารเหมือนขายรถใหม่ทั้งหมดจนจบเรื่องลูกค้ารับรถไปเป็นที่เรียบร้อย สิ้นเดือนเราก็เก็บของออกจากออฟฟิตและรับเช็คเงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการขายของเดือนที่แล้วซึ่งแปลว่าสิ้นเดือนสิงหาเราจะต้องได้เงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นของเดือนกรกฎาคมที่เราลาออกเราก้รอจนสิ้นเดือน วันที่31สิงหาคม2560พี่ที่ยังทำงานอยู่ที่บริษัทที่เราลาออกมาไลน์แจ้งในไลน์กลุ่มว่าฝ่ายบุคคลแจ้งให้พี่ที่ลาออกพร้อมเราไปรับเช็คเงินเดือนได้ที่ฝ่ายการเงิน เราก้ส่งสัยว่าทำไมไม่มีชื่อเรา เราก้เลยโทรไปเช็คกับฝ่ายการเงินว่ามีเช็คของเรารึป่าว ฝ่ายการเงินตอบมาว่าไม่มีและให้เราไปถามฝ่ายบุคคลแล้วก้วางสายไป ยังไม่ทันได้โทรหาฝ่ายบุคคลพี่ที่ลาออกพร้อมเราก็ไลน์มาแจ้งว่าเราจะโดนหักเงิน10,000บาทซึ่งเช็คออกมา14,000บาท เนื่องจากรถที่เราขายเป็นรถที่แจ้งขายไปแล้วเราต้องแจ้งประกันเองแจ้งฝ่านระบบไม่ได้ซึ่งเราแจ้งผ่านระบบตามปกติเหมือนขายรถใหม่ แต่ไม่มีพนักงานคนไหนแจ้งเรามาก่อนว่าเราจะต้องแจ้งประกันเอง อย่างนี้เราจะทำยังไงได้บ้างคะ :-[ :-[ :-[
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 02, 2017, 01:06:04 PM โดย giftpnys »

ทนายพร

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 214
    • ดูรายละเอียด
Re: โดนหักค่าคอมมิชชั่นและเงินเดือน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 03:02:00 AM »
ตอบ ทนายไม่ค่อยเข้าใจคำว่า “ขายรถที่แจ้งขายไปแล้ว” ว่าหมายถึงอะไร คงต้องขอคำอธิบายเพิ่มละครับ

อย่างไรก็ตาม เอาหลักการว่า หากมีข้อตกลงว่าจะจ่ายเงินพิเศษจากการขาย (คอมมิชชั่น) หากขายได้ตามเป้าหมาย เมื่อพนักงานสามารถปฎิบัติได้ดังนั้น นายจ้างก็ต้องปฎิบัติตามสัญญาคือต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น หากนายจ้างไม่จ่ายก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา ก็สามารถที่จะไปฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อบังคับให้จ่ายได้ครับ ซึ่งคดีประเภทนี้มีขึ้นสู่ศาลเยอะมากนะครับ

หากคำตอบยังไม่เคลียร์ก็โทรสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ เพราะทนายก็อยากรู้เหมือนกันว่าขายรถที่แจ้งขายไปแล้วหมายความว่าอย่างไร....จะได้วิเคระห์ข้อกฎหมายให้ต่อไปครับ

ทนายพร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 09, 2017, 01:18:39 PM โดย ทนายพร »

giftpnys

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: โดนหักค่าคอมมิชชั่นและเงินเดือน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 06:02:54 PM »
คือ ในหนึ่งเดือนทางบริษัทจะกำหนดยอดขายไว้ ถึงพนักงานขายทำยอดไม่ถึงทางบริษัทจะแจ้งบริษัทรถยนต์ว่าขายได้ตามยอดขายที่กำหนดไว้เพื่อดึงเงินมาใช้จ่ายล่วงหน้า ส่วนส่วนต่างระหว่างรถยนต์ที่พนักงานขายทำได้ทั้งหมดกับยอดที่ทางบริษัทแจ้งกับบริษัทรถยนต์ คือ รถยนต์ที่แจ้งขายไปแล้ว รถยนต์ที่แจ้งขายไปแล้วประกันของรถคันนั้นจะเดินไปแล้วค่ะ แต่ถ้าขายออกไปได้ทางบริษัทจะซื้อประกันจากบริษัทรถยนต์เพื่อต่อให้ลูกค้าในส่วนที่ประกันเดินไปแล้ว

ทนายพร

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 214
    • ดูรายละเอียด
Re: โดนหักค่าคอมมิชชั่นและเงินเดือน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 10:48:36 AM »
ทนายพอจะเข้าใจแล้วว่า พนักงานขายกับเข้าของโชว์รูม ร่วมกันแจ้งยอดขายเพื่อให้เป็นไปตามเป้า ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงเป้าก็เอายอดล่วงหน้ามาบันทึกรายการว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมายเพื่อจะนำไปสู่การได้รับเงินค่าคอมมิชชั่้นในการขาย ประมาณนี้

เอาเป็นว่า กรณีอย่างนี้ หากจะลุยเพื่อเอาเงินจำนวนดังกล่าวจริงๆ เรื่องราวที่ปิดไว้ก็คงจะแตกก็งานนี้ล่ะ..(ฮา) เพราะน่าจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกันอยู่หลายคน(ทนายคิดเองนะ)
เอาละ เอาเป็นว่า มูลเหตุทนายไม่ก้าวล่วงล่ะครับ แต่จะตอบเป็นข้อกฎหมายตามที่ถามมาดังนี้ครับ

ประเด็นแรกมีว่า ผู้ถามควรจะได้รับเงินค่าคอมมิชชั่นหรือไม่ ? ซึ่งประเด็นนี้ ก็ต้องถามว่า แล้วคันที่ขายได้ ผู้ถามได้รับเงินค่าคอมมิชชั่นไปหรือยัง ถ้ายังก็แน่นอนว่า ผู้ถามย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินดังกล่าว แต่ถ้าได้รับไปแล้วจากการแจ้งขายล่วงหน้า อันนี้ก็เป็นอันหมดสิทธิครับ

ประเด็นที่สอง ถามว่า แล้วจะทำอะไรได้บ้าง? ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายแรงงาน ดังนั้น หากคิดว่าเราถูกละเมิดสิทธิหรือถูกตัดสิทธิประโยชน์ ก็สามารถเรียกร้องโดยผ่านช่องทางศาลแรงงานได้ แต่คำถามคือ มันจะคุ้มหรือเปล่ากับจำนวนเงินที่เรียกร้อง กับเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการเรียกร้องสิทธิ อาจจะต้องชั่งน้ำหนักดูนะครับ แต่ถ้า "ตั้งธง" เครื่องความถูกต้องชอบธรรม ก็ลุยได้เลยครับ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการศาล ก็จะต้องมีการ "ไกล่เกลี่ย" กันตามที่กฎหมายกำหนด ไม่แน่ว่า อาจจะตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยก็อาจเป็นได้ครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร