18/12/18 - 02:00 AM


ผู้เขียน หัวข้อ: ถูกบริษัทบอกเลิกจ้าง และไม่จ่ายเงินชดเชยใดๆ  (อ่าน 828 ครั้ง)

snowman

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ...ทนายพร

ผมมีเรื่องรบกวนขอคำปรึกษาครับ...

เรื่องของเรื่องก็คือว่า บริษัทที่ผมเคยทำงานอยู่นั้น เขาบอกเลิกจ้างผม (บอกปากเปล่า คือเรียกไปคุยที่บ้านนายจ้าง)
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ให้มีผล 31 ธันวาคม 2560 ทางบริษัทบอกว่า ขาดทุน ทำต่อไปไม่ไหว (ณ ปัจจุบัน บริษัทยังไม่ปิดตัว)
และภรรยาของเขาก็มาป่วยหนัก ซึ่งนายจ้างไม่พูดถึงเรื่องเงินชดเชยใดๆเลยครับ
และนายจ้างไม่มีหนังสือเลิกจ้างให้ผมด้วย

(ผมเริ่มทำงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 จนกระทั่งถูกบอกเลิกจ้าง รวมแล้ว ผมทำงานมา 6 ปี 10 เดือน)
(มีประกันสังคม)

หลังจากนั้น วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ผมได้ทวงถามเรื่องเงินชดเชยกับนายจ้าง ผ่านทางไลน์กลุ่มของบริษัท นายจ้างบอกเด๋ียวดูให้
ต่อมา ผมก็ทวงถามอีก 2 ครั้ง นายจ้างก็บอกเช่นเดิม คือ เดียวดูให้ และเงียบหายไป จนกระทั่งวันที่ 14 มกราคม 2561 ช่วงค่ำ
นายจ้างโทรมาบอกว่าจะจ่ายเงินค่าชดเชยให้ จำนวน 20,000 บาท ซึ่งผมไม่โอเคกับเงินจำนวนนี้
พอผมไม่โอเค นายจ้างก็เสนอเงินเพิ่มให้อีก 10,000 บาท รวมเป็น 30,000  บาท ซึ่งผมคิดว่ามันก็ยังไม่เพียงพอกับที่ผมทำงานมาหลายปี
ผมจึงบอกกับนายจ้างอีกครั้งว่าผมไม่โอเค นายจ้างบอกให้ผมลองกลับมาคิดดูอีกที

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ผมได้ไปยื่นเรื่องที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เขตประเวศ
และทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงความเป็นมาของเรื่องนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่บอกจะดำเนินการให้ภายใน 60 วัน
(เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ขอหลักฐานใดๆ)

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นายจ้างก็เข้าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงาน

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 นายจ้างได้ทักมาในไลน์กลุ่ม บอกว่าเขาได้เข้าไปคุยกะเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมาเรียบร้อยแล้ว
และให้มาตกลงกันเอง นายจ้างเสนอให้รับเงินจำนวน 30,000 บาท และบอกว่า พี่มีเจียดให้เท่าที่มี ไม่ได้ไร้น้ำใจอะไร
ผมไม่โอเค แล้วนายจ้างก็เสนอใหม่อีกครั้ง คือ 30,000+20,000 บาท แต่จะขอผ่อน 20,000 บาทหลังนะ
ซึ่งผมก็ยังไม่โอเคกับเงินจำนวนนี้ นายจ้างขอความเห็นใจเนื่องจากภรรยาเขาป่วย
นายจ้างบอกว่าศาลมีคดีเล็กๆแบบนี้หลายหมื่นคดีที่ยังไม่เคลียร์ ถ้าอยากได้ก็ต้องไปฟ้องเอา

อยากถามว่า...
1. ถ้าตามกฎหมายแล้ว ผมควรจะได้รับเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าไหร่ และควรจะได้เงินชดเชยเท่าไหร่ครับ

2. ถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินชดเชยเป็นเงินก้อนทีเดียวทั้งหมด แต่กลับใช้วิธีผ่อนจ่ายจนครบตามตกลง ในเรื่องนี้มีกฏหมายรองรับมั้ยครับ

3. ในไลน์กลุ่มที่คุยกัน นายจ้างพิมพ์ว่า
"มีสมองไหมครับ"
"พี่ถามจริงๆ น้องมีปัญหาการเงินอะไรหรือเปล่า ถ้าจะใช้โอกาสนี้เพื่อสิ่งนั้น พี่ว่าน้องคิดใหม่นะครับ"
"พูดไม่คิด"

คำพูดเหล่านี้ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามหรือเปล่าครับ

4.ผมมีสิทธิ์ที่จะชนะคดีมากน้อยเพียงใดครับ

5.เรื่องขึ้นศาลเเรงงาน จะใช้เวลานานเท่าไหร่ และจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างมั้ยครับ



***ปล.ผมมีหลักฐานบทสนทนาในไลน์กลุ่ม***



รบกวนขอคำเเนะนำด้วยนะครับ

ขอบคุณมากครับ

ทนายพร

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: ถูกบริษัทบอกเลิกจ้าง และไม่จ่ายเงินชดเชยใดๆ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 04, 2018, 03:18:48 AM »
เมื่อถามมาให้ทนายตอบ เอาเป็นว่าทนายก็จะตอบตามที่ถามเลยนะครับ
ตามนี้....
1. ถ้าตามกฎหมายแล้ว ผมควรจะได้รับเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าไหร่ และควรจะได้เงินชดเชยเท่าไหร่ครับ
ตอบ จะได้เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๒๔๐ วัน ตามมาตรา ๑๑๘ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ครับ

2. ถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินชดเชยเป็นเงินก้อนทีเดียวทั้งหมด แต่กลับใช้วิธีผ่อนจ่ายจนครบตามตกลง ในเรื่องนี้มีกฏหมายรองรับมั้ยครับ
ตอบ โดยปกติ กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้มีการผ่อนจ่าย เว้นต่อทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเอง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวที่ขอผ่อนจ่ายถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความประเภทหนึ่ง ซึ่งหากเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายก็สามารถบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ เอาเป็นสรุปว่า หากนายจ้างยื่นข้อเสนอว่าจะขอผ่อนจ่าย หากเราเห็นว่านายจ้างไปไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถทำสัญญา(เป็นหนังสือ)ให้ไว้ต่อกันได้ครับ หรือหากเป็นเหลี่ยมของนายจ้างก็คงต้องถึงโรงถึงศาลละครับ หรือหากจะให้ไวก็ไปแจ้งต่อพนักงานตรวจรแรงงานให้มีคำสั่งต่อไปครับ

3. ในไลน์กลุ่มที่คุยกัน นายจ้างพิมพ์ว่า
"มีสมองไหมครับ"
"พี่ถามจริงๆ น้องมีปัญหาการเงินอะไรหรือเปล่า ถ้าจะใช้โอกาสนี้เพื่อสิ่งนั้น พี่ว่าน้องคิดใหม่นะครับ"
"พูดไม่คิด"

คำพูดเหล่านี้ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามหรือเปล่าครับ

ตอบ เท่าที่อ่านดู ยัง 50-50 นะครับ เพราะเท่าที่ค้นฏีกาเกี่ยวกับข้อความหม่ินประมาทนั้น ยังไม่พบข้อความนี้ว่ามีความผิด ยังงัยทนายยังไม่ฟันธงนะครับ เอาเป็นว่า คงต้องอาศัยคนกลางในการตัดสินนั่นก็คือผู้พิพากษาละครับงานนี้ ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของผู้พิพากษาแต่ละคนด้วยอ่ะครับ

4.ผมมีสิทธิ์ที่จะชนะคดีมากน้อยเพียงใดครับ
ตอบ เป็นคำถามที่ทนายมักจะถูกถามเสมอ (ฮา) เอาเป็นว่า ถ้าเรื่องค่าชดเชย รูปคดีท่านสวยมากครับ แต่ถ้าเป็นคำถามข้อ ๓ ผมไม่ฟันธงครับ เอาเป็นว่า 50-50 ครับ

5.เรื่องขึ้นศาลเเรงงาน จะใช้เวลานานเท่าไหร่ และจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างมั้ยครับ
ตอบ ปกติในศาลชั้นต้นประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ถ้าสู้กันสามศาล(อุทธรณ์ชำนัญพิเศษ/ฏีกา) ก็อาจจะมีถึง 3-6 ปี ครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร