22/10/18 - 11:31 AM


ผู้เขียน หัวข้อ: คำสั่งห้ามรับเข้าทำงานหนักใจมากค่ะตอนนี้  (อ่าน 270 ครั้ง)

Eve

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
หนูขอเล่าเหตุการณ์ก่อนนะคะ พอดีหนูทำงานในบริษัทผลิตอาหารแห่งหนึ่ง ในแผนกหนูมีสองคน มีอยุ่วันนึงอีกบริษัท(แต่ในเครือเดียวกัน(เจ้าของคนเดียวกัน))พนักงานเขาออกสองคน ทำให้หนูกับเพื่อนร่วมงานอยากจะเปลี่ยนงานเพราะเห็นช่องทางและโอกาศในการเข้าอีกบริษัท หนูติดต่อพูดคุยกับหัวหน้าอีกฝั่งแล้วว่าหนูกับเพื่อนจะไปสมัครเข้าได้ไหม เขาตกลงยอมรับ หนูจึงแจ้งหัวหน้างานเดิมว่าขอลาออกทั้งสองคน และบอกด้วยว่าจะไปทำงานใหม่กับอีกบริษัทตอนแรกหัวหน้าหนูเขาก็รับฟังเฉยๆ ไม่มีปฏิกริยาอะไร และไม่ยอมปริ้นใบลาออกให้หนูเซ็นต์ หนูจึงไปติดต่อกับหัวหน้าที่ใหญ่กว่า เขาก็บอกว่า"อย่าไปเลย ไม่สงสารเขาหรอ" (หัวหน้าทั้งสองฝั่งไม่ถูกกัน)ซึ่งใจนึงหนูก็สงสารเขาแต่อีกใจก็อยากเปลี่ยนงาน หนูจึงถามเขากลับไปว่า"หนูได้ข่าวมาว่าพนักงานเก่าที่เคยทำงานเขาจะกลับมาหรอคะ(เขาติดทหารและกำลังได้ปลด)หนูสองคนจะยังไม่ออกจนกว่าเขาจะมาทำงานค่ะ" เขาก็เงียบไป อีกไม่กี่วันเขาก็เรียกหนูสองคนไปคุยว่าจะออกทำไม มีปัญหาอะไร หนูก็ตอบเขาไปตรงๆว่า อยากเปลี่ยนงาน และมีปัญหากับหัวหน้า(คนที่ไม่ปริ้นใบลาออก)นิดหน่อย เขาก็รับฟังและสอนทำให้หนูสองคนตัดสินใจจะไม่ออก แต่แล้ววันที่พนักงานเก่ากลับมา ฝ่ายบุคคลก็เรียกหนูสองคนให้เขาไปคุยด้วย โดยเนื้อหาคือ "ยังจะออกอีกไหม หัวหน้าหนูเสียใจนะที่ตัดสินใจแบบนี้" หนูก็ยืนยันว่าจะออกเพราะอย่กเปลี่ยนงานจริงๆและพนักงานเก่าก็กลับมาแล้ว อีกฝั่งก็รับปากว่าจะรับเข้าทำงาน ฝ่ายบุคคลจึงเอาใบลาออกให้เซ็นต์ หนูก็เซ็นต์เรียบร้อย จึงแจ้งไปหาอีกฝั่งว่า หัวหน้าหนูเขายินยอมเซ็นต์ใบลาออกให้แล้วนะคะ ฝั่งนั้นเลยให้หนูไปเขียนใบสมัครไว้เลย จนหนูเขียนเสร็จก็กลับบ้านปกติ แต่เย็นของอีกวันก็มีโทรศัพท์มาว่า หัวหน้าหนูคนที่ยอมเซ็นต์ใบเขาไม่ให้พี่รับเข้าทำงานและหัวหน้าพี่ก็บอกมาว่าอย่ารับเลยเขาสั่งมา(หัวหน้าเดิมเป็นผู้หญิงและสามีเขามีตำแหน่งใหญ่ในบริษัทในเครือเดียวกัน) เมื่อได้ยินดังนั้นหนูจึงส่งข้อความส่วนตัวไปถามหัวหน้า เขาให้คำตอบมาว่าที่เขายอมให้ออกเพราะว่าต้องการจะลดค่าใช้จ่ายในแผนกและจะมีพนักงานเก่า(ที่เพิ่งปลด)แค่คนเดียวเท่านั้น และหนูถามเขาต่อไปว่า ทำไมอีกบริษัทถึงไม่รับเข้าทำงานเป็นเพราะอะไร เขาได้แต่อ่านแต่ไม่ตอบข้อความอะไรกลับมา แต่หลายๆคนในบริษัททราบดีว่าเป็นเพราะเขาคนเดียว
จึงทำให้หนูต้องตกงานเพราะมาจากคำสั่งว่าห้ามรับ ตอนที่เขาไม่มีคนก็บอกให้อยุ่แต่พอมีคนมาทำงานก็ยอมเซ็นต์ใบง่ายๆเหมือนกับว่าเป็นความสะใจหรือแก้แค้นอะไร ทั้งๆที่หนูไม่ได้ทุจริต หรือทำผิดอะไรเกี่ยวกับบริษัทเลยอย่างนี้เขาให้อำนาจในการสั่งห้ามรับคนเข้าทำงานได้หรอคะสั่งห้ามไม่ให้รับหนูเข้าทำงานปิดช่องทางทำมาหากินกันแบบนี้ หนูวิตกกังวลมากค่ะ ใบลาออกก็เซ็นต์ไปแล้ว แต่ฝั่งนู้นไม่สามารถรับหนูเข้าทำงานได้ หนูจึงมาขอคำปรึกษาค่ะ  วันจันทร์นี้หนูกับเพื่อนอีกคนจะเข้าไปคุยกับบุคคลให้รู้เรื่องค่ะ ถ้าเขาไม่มีเหตุผลให้หนู หนูสามารถทำอะไรได้บ้างคะ ขอบคุณค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2018, 02:39:57 PM โดย Eve »

Gunnator

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสั่งห้ามรับเข้าทำงานหนักใจมากค่ะตอนนี้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2018, 04:06:21 PM »
จริงๆ แล้วไม่ควรไปบอกว่าได้งาน แค่เขียนใบลาออกทิ้งไว้เพราะหัวหน้างานมีสิทธิ์เซ็นต์ให้เราออกจากงานได้หรือจะไม่เซ็นต์ก็ได้ ถ้ายิ่งหัวกน้าที่ไม่มีความเป็นมนุษย์สัมพันยิ่งจะแย่กับตัวเราเขาไปกันใหญ่

Lorraine

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสั่งห้ามรับเข้าทำงานหนักใจมากค่ะตอนนี้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 02:00:07 PM »
บริษัทก็ปวดหัวแบบนี้และ

ทนายพร

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 267
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสั่งห้ามรับเข้าทำงานหนักใจมากค่ะตอนนี้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2018, 02:15:57 AM »
อ่านดูแล้วก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อยนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการโยกย้ายงานและการสิ้นสุดสัญญาจ้างก็มีกฎหมายกำหนดไว้ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.๒๔๖๘ บรรพ ๓ ลักษณะ ๖ ว่าด้วยเรื่องจ้างแรงงาน หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑
ซึ่งในประเด็นการโยกย้ายงานไปทำงานกับบริษัท "ในเครือ" กับ การสั่งให้ไปทำงานที่สำนักงาน "สาขา" มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ หากเป็นบริษัทในเครือหมายความว่าบริษัทมากกว่าหนึ่งบริษัทม่ีความเกี่ยวพันกันอาจจะด้วยมีกรรมการบริษัทคนหนึ่งคนใดไปเป็นกรรมการบริษัทในอีกบริษัทหนึ่งหรือมีธุรกิจที่ต่อเนื่องกันกรณีเช่นนี้เรียกว่าบริษัทในเครือ
แต่หากมีบริษัทแมี และมีการขยายกิจการไปเปิด ณ สถานที่แห่งอื่น โดยเจ้าของเป็นคนๆเดียวกันหรือชุดเดียวกัน กรณีอย่างนี้เรียกว่า บริษัทสาขา
ซึ่งการที่นายจ้างสั่งให้ไปทำงาน ณ สำนักงานสาขา นั้น เป็นอำนาจที่นายจ้างสามารถสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานได้ แต่ตำแหน่งงานต้องไม่ต่ำกว่าเดิม
แต่ถ้าสั่งให้ไปทำงานในบริษัทในเครือนั้น ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เว้นแต่ลูกจ้างจะยินยอม

แต่เมื่ออ่านจากที่เล่ามา ดูเหมือนว่าจะเป็นการโอนย้ายไปทำงาน ณ สำนักงานสาขา เพราะบอกว่าเป็นเจ้าของคนเดียวกัน กรณีอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องเขียนใบลาออก แต่ควรใช้วิธีเขียนใบขอโอนย้าย เพื่อทำให้สิทธิไม่ว่าจะเป็นอายุงาน หรือสวัสดิการอื่นๆ เดินหน้าต่อไป

แต่ถ้าไปขอลาออก จะทำให้สิทธิตามที่กล่าวมาข้างต้นสิ้นสุดลงในทันที ความเป็นลูกจ้าง-นายจ้างระหว่างกันก็สิ้นสุดไปด้วย

เมื่อความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างสิ้นสุดลงแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็มีอิสระต่อกัน จะบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งปฎิบัติตามที่ตนต้องการหรือให้อยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาไม่ได้อีกต่อไป

ทีนี้ ก็ต้องอยู่ที่อำนาจการต่อรองว่าฝ่ายใดจะมีเหนือกว่ากัน ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทย่อมมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะรับผู้สมัครใดเข้าทำงาน และถึงแม้ว่าเราอยากจะเป็นลูกจ้างของบริษัทนั้นๆมากเพียงใด กฎหมายก็ไม่สามารถไปบังคับให้บริษัทนั้นๆต้องรับเราเข้าทำงาน

ซึ่งบริษัทก็คงอยากจะรับเราเข้าทำงานอยู่หรอกเพียงแต่ว่า บริษัทอาจจะมีข้อสงสัยว่า รับเราเข้าไปแล้วเราจะลาออกหรือมั๊ยอ่ะ ซึ่งบริษัทก็คงจะมีความคาดหวังว่าพนักงานจะรักในองค์กรและอยู่กันนานๆเพื่อจะได้บริหารจัดการง่าย เพราะการรับพนักงานใหม่หนึ่งคน มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าฝึกอบรมและอื่นๆอีกมากมาย

มันจึงเกิดเหตุการที่ผู้ถามประสบอยู่ในขณะนี้ล่ะครับ

ซึ่งตามที่ผู้ถามถามมาว่า "หนูสามารถทำอะไรได้บ้างคะ" ?

ก็คงตอบว่า คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ หรือไม่ก็ไปคุยกับหัวหน้า(คนใหม่)ว่าขอให้ช่วยสนับสนุนรับเราเข้าทำงานด้วย แต่ถ้าไม่เป็นผล ทนายก็แนะนำว่าให้ไปหาสมัครงานที่ใหม่เถอะครับ ยังมีบริษัทอีกมากมายที่ต้องการรับพนักงานอยู่

และขอให้คิดบวกไว้นะครับ ว่า ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ไม่แน่นะครับ อนาคตท่านอาจจะได้งานที่ดีกว่าที่ท่านคาดหวังไว้ในขณะนี้ ซึ่งหลายๆคนก็เจอสถานการณ์เช่นนี้แล้วไปหางานใหม่ ปรากฎว่าได้งานดีกว่าเดิม เงินดีกว่าเดิม เพื่อนร่วมงานดีกว่าเดิม หัวหน้าดีกว่าเดิม จนอดคิดไม่ได้ว่า รู้งี้ออกตั้งนานแล้ว

เอาเป็นว่าทนายใด้กำลังใจ สู้ต่อไปนะครับ

ทนายพร