"ไม่มีความเลวร้ายใดที่จะยิ่งไปกว่า ความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม" "There is no crueler tyranny than that which is perpetuated under the shield of law and in the name of justice." มองเตสกิเออ (Montesquieu, 1689-1755)

เมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหรือลูกจ้างลาออกเอง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้กับลูกจ้าง ถ้าวันพักผ่อนประจำปีสะสมของลูกจ้างยังมีอยู่

อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 6412-6413/2557 ระหว่าง นายมัตสุ หลุ่งหม่าน โจทก์ที่ 1 นายรณกร อุปถัมภ์ภาภรณ์ โจทก์ที่ 2 บริษัทพีโอเอสเทคโนโลยี่จำกัด จำเลย

 

โจทก์ที่ 1 เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2548 ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 84,094 บาท โจทก์ที่ 2 เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริการ ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 79,794 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน

 

ในเดือนมีนาคม 2552 จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 1 เพียง 72,884.93 บาท คงค้างจ่าย 11,213.07 บาท และให้โจทก์ที่ 2 เพียง 21,278.40 บาท คงค้างจ่าย 18,618.60 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

 

จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เคยเป็นลูกจ้างจำเลยแต่ลาออกแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 และวันที่ 16 มีนาคม 2552 ตามลำดับ จำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้ลูกจ้างที่ทำงาน ครบสัญญาจ้าง 1 ปี และทำงานต่อในปีถัดไป มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง แต่ต้องยื่นใบลาล่วงหน้าและได้รับอนุมัติจากหัวหน้างานก่อน และไม่สามารถนำวันหยุดสะสม ในปีก่อนมารวมได้

 

ปี 2552 โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ทำงานเพียง 2 เดือน มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี เพียงคนละ 1 วัน แต่โจทก์ที่ 1 หยุดงานตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2552 จนถึงวันที่การลาออกมีผล ถือว่า ขาดงาน 8 วัน โจทก์ที่ 2 หยุดงานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2552 จนถึงวันที่การลาออกมีผล ถือว่าขาดงาน 9 วัน จำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนมีนาคม 2552 ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 26 วัน และ 8 วัน ตามลำดับ อันเป็นจำนวนมากกว่าที่โจทก์ทั้งสองจะพึงได้รับ จำเลยจึงไม่ได้ค้างชำระค่าจ้างเดือนมีนาคม 2552 ขอให้ยกฟ้อง

 

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 11,213.07 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และจำนวน 18,618.60 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

 

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

 

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 4 ซี กำหนดว่า เมื่อพนักงานได้ทำงานครบสัญญาจ้างหนึ่งปี และทำงานต่อในปีถัดไป พนักงานมีสิทธิหยุดพักร้อน 6 วัน โดยได้รับค่าจ้าง ตามข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานเอกสารหมาย ล. 1 และสะสมวันหยุดที่ยังไม่ได้หยุดในปีก่อนรวมในปีถัดไปได้ตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ. 2 ปี 2551

 

วินิจฉัยว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย ล. 1 มิได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่าการคิดวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีให้คิดตามอัตราส่วนของปีที่ทำงานได้ เมื่อปี 2552 โจทก์ทั้งสองได้ทำงานจึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีของปีดังกล่าวได้คนละ 6 วัน และมีสิทธิสะสมวันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้ของปี 2551 อีกคนละ 2 วัน และ 4 วัน ตามลำดับ โจทก์ที่ 1 จึงมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีรวม 8 วัน และโจทก์ที่ 2 มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีรวม 10 วัน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสองตามฟ้อง

 

จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยแจ้งด้วยวาจาให้โจทก์ที่ 1 ทราบแล้วว่าไม่มีสิทธิลาพักร้อน ส่วนโจทก์ที่ 2 ไม่อยู่รอรับทราบคำสั่งของจำเลย เห็นว่า ในปัญหานี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า

 

นายกฤษฎากร กรรมการผู้จัดการของจำเลย ได้บอกแก่โจทก์ที่ 1 ขณะที่ยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปี ว่าไม่ต้องมาทำงานแล้วและอนุญาตให้โจทก์ที่ 1 ลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามที่ยื่นใบลาได้

 

ส่วนโจทก์ที่ 2 เมื่อนายกฤษฎากรรับใบลาของโจทก์ที่ 2 แล้ว ไม่ได้สั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตในขณะนั้น ถือว่าจำเลยอนุญาตให้โจทก์ที่ 2 ลาหยุดได้โดยปริยาย

 

ดังนั้นอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

 

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยจะกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ของปี 2552 ให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยคำนวณให้ตามส่วนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 30 ได้หรือไม่

 

เห็นว่า ลูกจ้างมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเพียงใดย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 30 ซึ่งบัญญัติว่า ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิ หยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่า 6 วันทำงานก็ได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบ 1 ปี นายจ้าง อาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง โดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้

 

ตามบทบัญญัติดังกล่าว มีความหมายว่าในปีแรกของการทำงานลูกจ้างยังไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี เมื่อทำงานติดต่อกัน ครบ 1 ปี จึงจะเกิดสิทธิเช่นนั้น ส่วนในปีต่อไปลูกจ้างก็มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ทันที 6 วันทำงานหรือมากกว่าตามแต่นายจ้างจะอนุญาตหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างจะกำหนด โดยไม่ต้องทำงานให้ครบปีเหมือนเช่นปีแรก

 

เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า ปี 2552 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการทำงาน โจทก์ทั้งสองทำงานไม่ครบปีโดยลาออกไปก่อน แม้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 67 วรรคท้ายบัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาหรือนายจ้างเลิกจ้าง ไม่ว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นกรณีตามมาตรา 119 หรือไม่ก็ตาม ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมีผลทำให้นายจ้างไม่ต้องชดใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างต้องเสียไปด้วยการลาออก โดยการจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่ลาออกตามส่วน

 

แต่เมื่อในปีที่โจทก์ทั้งสองลาออกนั้น จำเลยอนุญาตให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ลาหยุดพักผ่อนประจำปีจึงเป็นการหยุดตามที่จำเลยกับโจทก์ทั้งสองตกลงกัน จำเลยไม่อาจหักค่าจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอ้างเหตุใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเกินส่วนได้ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

 

อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ file

 

 



02/Sep/2017

เกาะติดข่าวกฎหมาย

ครม.เห็นชอบปรับปรุงพ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร์เพิ่มการเชื่อมโยงระบบข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ ครม.เห็นชอบปรับปรุงพ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร์เพิ่มการเชื่อมโยงระบบข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ "สรรเสริญ"แจงไม่ได้ล้วงความลับของประชาชน-คมชัดลึก 17 ตค. 60

17 ต.ค. 60 พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม...

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 8 ตุลาคม 2560 - ข่าวรัฐสภา 7 ตค. 60 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ 8 ตุลาคม 2560 - ข่าวรัฐสภา 7 ตค. 60

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ...

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ 78 ตำแหน่ง ประชาชาติธุรกิจ 3 ตุลาคม 2560 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ 78 ตำแหน่ง ประชาชาติธุรกิจ 3 ตุลาคม 2560

วันที่ 3 ต.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

" เมื่อโดนตำรวจ "เรียก" หรือ "จับ" ตามหมาย "

      ที่มา : สำนักกิจการยุติธรรม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ...

เปิด 16 คำด่ารุนแรง... ต้องห้าม!!  คมชัดลึก 12 กรกฎาคม 2560 เปิด 16 คำด่ารุนแรง... ต้องห้าม!! คมชัดลึก 12 กรกฎาคม 2560

ในชีวิตของคนเรา ต้องพยายามใช้ความอดทน  อดกลั้น กับสิ่งที่คุณไม่ถูกใจ ไม่สบอารณ์ผ่านมากระทบ เพรา...

การย้ายสถานประกอบการของนายจ้าง :  แนววินิจฉัยของศาลเพื่อคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น - กรุงเทพธุรกิจ 28 มิถุนายน 2560 การย้ายสถานประกอบการของนายจ้าง : แนววินิจฉัยของศาลเพื่อคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น - กรุงเทพธุรกิจ 28 มิถุนายน 2560

ในยุคที่สังคมและการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเข้าสู่โลกที่ไร้พรมแดน การประกอบธุรกิจสามารถเคลื่อนย้า...

รัฐธรรมนูญ 2560: ประชาชนหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ เมื่อ 1 พ.ค. 2560 โดย iLaw รัฐธรรมนูญ 2560: ประชาชนหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ เมื่อ 1 พ.ค. 2560 โดย iLaw

การเข้าเสนอชื่อกฎหมายโดยประชาชน เป็นสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และ 25...

7 เรื่องต้องรู้: อ่าน “รัฐธรรมนูญ 2560” ฉบับเร่งรัด เมื่อ 6 เม.ย. 2560 โดย iLaw 7 เรื่องต้องรู้: อ่าน “รัฐธรรมนูญ 2560” ฉบับเร่งรัด เมื่อ 6 เม.ย. 2560 โดย iLaw

ก่อนอื่นขอทวนความจำกันก่อนว่า รัฐธรรมนูญที่พระมหากษัตริย์จะทรงโปรดเกล้าเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสู...

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา