"ไม่มีความเลวร้ายใดที่จะยิ่งไปกว่า ความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม" "There is no crueler tyranny than that which is perpetuated under the shield of law and in the name of justice." มองเตสกิเออ (Montesquieu, 1689-1755)

9 กันยายน 2559 ราชกิจจานุเบกษาประกาศสำนักประกันสังคมกรณีทุพพลภาพ (ที่ไม่เนื่องจากการทำงาน) รวม 3 เรื่อง โดยให้บังคับใช้ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป

ข้อสังเกตจากสำนักงานทนายความและที่ปรึกษากฎหมายพรนารายณ์และเพื่อนต่อประกาศสำนักงานประกันสังคมทั้ง 3 ฉบับดังกล่าว

 

เดิมทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50 %  ของค่าจ้างตลอดชีวิต โดยผู้ประกันตนจะต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายร้อยละ 50 ถึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ แต่ประกาศทั้ง 3 ฉบับนี้ ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกาย (ทุพพลภาพระดับความสูญเสียไม่รุนแรง) มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพเช่นเดียวกัน

 

โดยกรณีทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียไม่รุนแรง ตั้งแต่ร้อยละ 35 ขึ้นไป แต่ไม่ถึงร้อยละ 50 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ ทั้งนี้ไม่เกิน 180 เดือน

 

และกรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันไปตลอดชีวิต

 

มีรายละเอียดดังนี้

 

  ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ในกรณีทุพพลภาพ
ดูรายละเอียด

 

หลักเกณฑ์การทุพพลภาพ มี 2 ระดับ ดังนี้

(1) ทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียไม่รุนแรง ได้แก่ การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพ

ของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติทางจิตใจจนทำให้ความสามารถในการทำงานปกติลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้ เมื่อประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละสามสิบห้าขึ้นไปแต่ไม่ถึงร้อยละห้าสิบ

 

(2) ทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียรุนแรง ได้แก่

(ก) การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติทางจิตใจจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้

เมื่อประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป

(ข) การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย ดังต่อไปนี้

(1) มือขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับข้อมือขึ้นไป

(2) ขาขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับเข่าขึ้นไป

(3) สูญเสียขาข้างหนึ่งระดับเหนือเข่าขึ้นไปกับขาข้างหนึ่งขาดระดับข้อเท้าขึ้นไป

 (4) โรคหรือการบาดเจ็บของสมอง เป็นเหตุให้สูญเสียความสามารถของอวัยวะของร่างกายจนไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นได้ และต้องมีผู้อื่นมาช่วยเหลือดูแล

(5) การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติทางจิตใจจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้เมื่อประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป

 

ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยประสงค์ขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพจะต้องไปรับการประเมินการสูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือการสูญเสียสภาวะปกติทางจิตใจจากแพทย์ และให้คณะกรรมการการแพทย์หรือคณะอนุกรรมการเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย

 

เว้นแต่ในกรณีทุพพลภาพ (๑) มือขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับข้อมือขึ้นไป (๒) ขาขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับเข่าขึ้นไป (๓) สูญเสียขาข้างหนึ่งระดับเหนือเข่าขึ้นไปกับขาข้างหนึ่งขาดระดับข้อเท้าขึ้นไป การพิจารณาวินิจฉัยให้เป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม

 

  ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ อัตรา วิธีการพิจารณาสั่งเพิ่มหรือลดเงินทดแทนการขาดรายได้เนื่องจากทุพพลภาพ
ดูรายละเอียด 

 

  • ผู้ทุพพลภาพที่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกายหรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจตั้งแต่ร้อยละสามสิบห้าขึ้นไป แต่ไม่ถึงร้อยละห้าสิบ ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละสามสิบของค่าจ้างตามมาตรา 57 ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ทั้งนี้ ไม่เกินระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน

 

  • ผู้ทุพพลภาพที่มีการฟื้นฟูสมรรถภาพและหรือมีการพัฒนาที่ดี มีการสูญเสียสมรรถภาพทั้งร่างกายน้อยกว่าร้อยละสามสิบห้าและมีรายได้จากการทำงานมากกว่าเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 10 % ของเงินทดแทนการขาดรายได้ที่ผู้ทุพพลภาพได้รับอยู่ หากต่อมาผู้ทุพพลภาพไม่มีรายได้จากการทำงานให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามข้อแรก

 

 

  • ผู้ทุพพลภาพที่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกายหรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างตามมาตรา 57 ตลอดชีวิต

 

  • ผู้ทุพพลภาพที่มีการฟื้นฟูสมรรถภาพและหรือมีการพัฒนาที่ดี มีการสูญเสียสมรรถภาพทั้งร่างกายน้อยกว่าร้อยละห้าสิบ และมีรายได้จากการทำงานมากกว่าเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ ดังนี้

(1) รายได้จากการทำงานมากกว่า 1.5 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 10 %

(2) รายได้จากการทำงานมากกว่า 2 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 20 %

(3) รายได้จากการทำงานมากกว่า 2.5 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 30 %

(4) รายได้จากการทำงานมากกว่า 3 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 40 %

(5) รายได้จากการทำงานมากกว่า 3.5 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ลดเงินทดแทนการขาดรายได้ลง 50 %

 

  • ผู้ทุพพลภาพที่ถูกลดเงินทดแทนการขาดรายได้ หากภายหลังปรากฏว่ามีสภาพร่างกายที่เสื่อมลงให้มีการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายใหม่เพื่อพิจารณาเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

 

  • กรณีที่ไม่สามารถพิจารณาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้หารือคณะกรรมการการแพทย์

 

  • ถ้าผู้ทุพพลภาพได้รับการฟื้นฟูจนมีสภาพดีขึ้นสามารถทำงานมีรายได้ แต่ต่อมามีรายได้ลดลงหรือไม่มีรายได้ให้พิจารณาเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

 

 

  ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เรื่อง กำหนดอัตรา และระยะเวลาการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ
ดูรายละเอียด

 

(1) กรณีทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียไม่รุนแรงให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ดังนี้

 (1.1) กรณีผู้ประกันตนที่เป็นผู้ทุพพลภาพจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติและงานอื่นใดได้ ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา

ร้อยละสามสิบของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ทั้งนี้ไม่เกินระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน

 

(1.2) กรณีผู้ประกันตนที่เป็นผู้ทุพพลภาพจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติและมีรายได้ลดลงจากเดิม ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในส่วนที่ลดลงแต่ไม่เกินร้อยละสามสิบของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ไม่เกินระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน

 

(1.3) กรณีผู้ประกันตนที่เป็นผู้ทุพพลภาพตาม (1.2) สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละสามสิบของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ผู้ประกันตนได้รับไปแล้วตาม (1.2) ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน

 

(2) กรณีทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียรุนแรงให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ตลอดชีวิต

 

ข้อ 2 กรณีทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียรุนแรง ได้แก่

(1) มือขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับข้อมือขึ้นไป

(2) ขาขาดทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับเข่าขึ้นไป

(3) สูญเสียขาข้างหนึ่งระดับเหนือเข่าขึ้นไปกับขาข้างหนึ่งขาดระดับข้อเท้าขึ้นไป

(4) โรคหรือการบาดเจ็บของสมอง เป็นเหตุให้สูญเสียความสามารถของอวัยวะของร่างกายจนไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นได้ และต้องมีผู้อื่นมาช่วยเหลือดูแล

 (5) การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติทางจิตใจจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้ เมื่อประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป



09/Sep/2016

เกาะติดข่าวกฎหมาย

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสียงสะท้อนในมุมผู้ใช้แรงงาน - แนวหน้า 15 ธ.ค. 60 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสียงสะท้อนในมุมผู้ใช้แรงงาน - แนวหน้า 15 ธ.ค. 60

"นอกจากศาลแรงงานแล้ว “ศาลปกครอง” เป็นอีกศาลหนึ่งที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาให้ใช้...

เสนอปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม “คดีเลิกจ้าง” เหตุลูกจ้างเข้าไม่ถึง- THAI PBS 12 ธันวาคม 2560 เสนอปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม “คดีเลิกจ้าง” เหตุลูกจ้างเข้าไม่ถึง- THAI PBS 12 ธันวาคม 2560

วันนี้ (12 ธ.ค.2560) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นำเสนอสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา...

การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ง่าย ต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับ รธน.ปี 60 - สยามรัฐออนไลน์ 27 พ.ย.60 การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ง่าย ต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับ รธน.ปี 60 - สยามรัฐออนไลน์ 27 พ.ย.60

“ถ้าจะเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ เพราะท้องถิ่นขณะนี้มีรูปแบบ กทม.เมืองพัทยา อบต.เทศบ...

“บิ๊กตู่” เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปีนี้พุ่งร้อยละ 4.3 สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส - มติชนออนไลน์ 24 พ.ย.60 “บิ๊กตู่” เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปีนี้พุ่งร้อยละ 4.3 สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส - มติชนออนไลน์ 24 พ.ย.60

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระร...

“สมชัย” ชี้ยิ่งปลดล็อกช้า ก็ตั้งพรรคใหม่ไม่ได้ เหตุเวลาดำเนินการไม่พอ - มติชนออนไลน์ 22 พ.ย.60 “สมชัย” ชี้ยิ่งปลดล็อกช้า ก็ตั้งพรรคใหม่ไม่ได้ เหตุเวลาดำเนินการไม่พอ - มติชนออนไลน์ 22 พ.ย.60

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความกังวลที่ยังไม่...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

" เมื่อโดนตำรวจ "เรียก" หรือ "จับ" ตามหมาย "

      ที่มา : สำนักกิจการยุติธรรม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ...

เปิด 16 คำด่ารุนแรง... ต้องห้าม!!  คมชัดลึก 12 กรกฎาคม 2560 เปิด 16 คำด่ารุนแรง... ต้องห้าม!! คมชัดลึก 12 กรกฎาคม 2560

ในชีวิตของคนเรา ต้องพยายามใช้ความอดทน  อดกลั้น กับสิ่งที่คุณไม่ถูกใจ ไม่สบอารณ์ผ่านมากระทบ เพรา...

การย้ายสถานประกอบการของนายจ้าง :  แนววินิจฉัยของศาลเพื่อคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น - กรุงเทพธุรกิจ 28 มิถุนายน 2560 การย้ายสถานประกอบการของนายจ้าง : แนววินิจฉัยของศาลเพื่อคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น - กรุงเทพธุรกิจ 28 มิถุนายน 2560

ในยุคที่สังคมและการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเข้าสู่โลกที่ไร้พรมแดน การประกอบธุรกิจสามารถเคลื่อนย้า...

รัฐธรรมนูญ 2560: ประชาชนหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ เมื่อ 1 พ.ค. 2560 โดย iLaw รัฐธรรมนูญ 2560: ประชาชนหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ เมื่อ 1 พ.ค. 2560 โดย iLaw

การเข้าเสนอชื่อกฎหมายโดยประชาชน เป็นสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และ 25...

7 เรื่องต้องรู้: อ่าน “รัฐธรรมนูญ 2560” ฉบับเร่งรัด เมื่อ 6 เม.ย. 2560 โดย iLaw 7 เรื่องต้องรู้: อ่าน “รัฐธรรมนูญ 2560” ฉบับเร่งรัด เมื่อ 6 เม.ย. 2560 โดย iLaw

ก่อนอื่นขอทวนความจำกันก่อนว่า รัฐธรรมนูญที่พระมหากษัตริย์จะทรงโปรดเกล้าเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสู...

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา