ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม (justice delayed is justice denied) เฉกเช่นคำขวัญศาลแรงงานที่ว่า "ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม" ก็ด้วยการตระหนักว่าความยุติธรรมมิใช่เพียงการตัดสินโดยองค์กรตุลาการที่เป็นกลางเท่านั้น หากต้องมิใช่กระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน เพราะคำตัดสินที่มาอย่างเชื่องช้าอาจทำให้ผู้ได้รับความเสียหายไม่สนใจต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่ความที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน

จับตาสถานการณ์กันยายน 61 สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.... (ฉบับ 15 สค. 60 หรือเรียกว่า ฉบับที่ 7) จะยืนหยัดหลักการ หรือจะปรับเปลี่ยนแก้ไข !!!! ค่าชดเชย 400 วัน จะยังอยู่หรือไม่ ? ลาคลอดเพิ่มเป็น 98 วัน ลาไปตรวจครรภ์ได้ทุกเดือน , ลากิจ 3 วันได้ค่าจ้าง , เปลี่ยนแปลงนายจ้างใหม่ ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เดิม

สืบเนื่องจากเมื่อวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2561 มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งในภาษาการเมืองเรียกกันว่า “วิป สนช.”

 

หน้าที่หลักของ“วิป สนช.” คือ การกลั่นกรองและพิจารณาว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.รบ.) ฉบับใด จะมีโอกาสได้เข้าสู่การบรรจุวาระและพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บ้าง  (พูดง่ายๆคือ ไม่ใช่ร่างกฎหมายทุกฉบับจะได้พิจารณา จะต้องผ่านด่านหน้าจาก วิป สนช. ก่อนทุกครั้ง)

 

ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นที่ประชุม “วิป สนช.”  ได้มีมติเห็นชอบให้นำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 เข้าสู่การพิจารณาใน สนช. อย่างเป็นทางการ ในเดือนกันยายน 2561

 

ต้องขอเรียนว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ แม้ผ่านครม. มาร่วมปี แต่ก็พบว่าต้องใช้เวลาในการพิจารณาในขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงแรงงาน 1 ปีเต็ม

 

จนในที่สุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  มีหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร. 0503/26100 ถึง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

ว่า ครม. ได้ประชุมปรึกษาหารือและลงมติให้ ครม. เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ....ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นเรื่องด่วน และนำเข้าสู่การพิจารณาของ "วิป สนช." เพื่อกลั่นกรองและลงมติให้นำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ต่อไป

 

ดิฉันขอย้อนทบทวนสาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ.... ฉบับผ่านครม. 15 สิงหาคม 2560 อีกครั้ง จะเรียกว่า นี้คือฉบับก้าวหน้าที่สุดตั้งแต่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานขึ้นมาในประเทศไทย ก็คงมิผิดแผกแต่อย่างใด

 

แต่ก่อนจะดีใจ ต้องตระหนักไว้เสมอเช่นกันว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 คุ้มครองเฉพาะคนที่เป็น “ลูกจ้าง” เท่านั้น อีกทั้งยังได้ยกเว้นการคุ้มครองในหลายมาตรามาก กับกลุ่มแรงงานที่ทำงานรับใช้ในบ้านโดยไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย, แรงงานภาคเกษตรกรรมที่ไม่ได้ทำงานตลอดทั้งปี  , แรงงานที่ทำงานในกิจการที่ไม่แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ เช่น คนทำงานในองค์กรภาคประชาสังคม , องค์กรแรงงาน , NGOs ต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ , ชั่วโมงในการทำงาน และค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด

 

13 สาระสำคัญ ประกอบด้วย

 

(1) กำหนดให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับ เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 2) - คำว่า “นับแต่วัน” เป็นภาษากฎหมาย ภาษาชาวบ้านคือ “ให้นับวันถัดไป”  

 

(2)  ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินอื่นๆ ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่เลิกจ้าง (มาตรา 70)

 

(3) ในกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินไม่น้อยกว่า 75 % ของค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ โดยต้องจ่ายก่อนหยุดกิจการ และภายใน 3 วันก่อนหยุดกิจการ (มาตรา 75 ใหม่)

 

(4) กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ให้จ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน (มาตรา 14)

 

(5) กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ขึ้นไป ให้จ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน (มาตรา 14)

 

(6) กำหนดให้นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี ในกรณีดังนี้

 

- นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นตัวเงิน

 

- นายจ้างไม่จ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

 

- นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง , ค่าล่วงเวลา , ค่าทำงานในวันหยุด , ค่าล่วงเวลาในวันหยุด หรือเงินอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

- นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120-122

 

- นายจ้างไม่จ่ายเงินกรณีหยุดกิจการตามมาตรา 75 หรือเงินอื่นๆที่นายจ้างต่องจ่าย (มาตรา 9)

 

(7) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง หรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล และมีการเปลี่ยนแปลง โอน ควบกับนิติบุคคลใด และมีผลให้ลูกจ้างต้องไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างคนนั้นก่อน และให้นายจ้างใหม่ต้องรับใหม่ทั้งสิทธิและหน้าที่ ที่ลูกจ้างมีอยู่เดิมนั้นตามไปด้วยทุกประการ (มาตรา 13)

 

(8) ในกรณีที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก่อน นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างต้องได้รับ นับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผล คือ ก่อน 1 รอบของการจ่ายค่าจ้าง (มาตรา 17/1)

 

(9) แก้ไขมาตรา 120 เรื่องการย้ายสถานประกอบการใหม่ โดยกำหนดดังนี้

 

- นายจ้างต้องปิดประกาศแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนย้าย โดยต้องระบุชื่อลูกจ้างที่จะถูกย้ายในประกาศด้วย

 

- หากนายจ้างไม่ปิดประกาศ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษ เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน

 

- หากลูกจ้างไม่ประสงค์จะย้ายไปที่ใหม่  ต้องแจ้งให้นายจ้างทราบเป็นหนังสือภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศ หรือนับแต่วันที่ย้ายสถานประกอการ (หากนายจ้างไม่แจ้งก่อน)และให้ถือว่าสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ณ วันที่ย้าย โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามมาตรา 118

 

- ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษภายใน 7 วัน นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด

 

- หากนายจ้างไม่จ่าย ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากลูกจ้าง

 

- คณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน ต้องพิจารณาคำร้องภายใน 60 วัน และแจ้งคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่มีคำสั่งออกมา

 

- เมื่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานเห็นว่านายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยฯ นายจ้างต้องจ่ายภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

 

- เมื่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานเห็นว่านายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยฯ ให้แจ้งให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างทราบ

 

- หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ต้องอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

 

- หากนายจ้างเป็นฝ่ายอุทธรณ์ ต้องวางเงินตามจำนวนที่สั่ง จึงจะฟ้องคดีได้  และเมื่อศาลมีคำพิพากษา ให้ถือว่าการดำเนินคดีอาญาระงับไป

 

(10) ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และต้องได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ (มาตรา 34 และ 57/1)

 

(11) ให้ลูกจ้างที่ตั้งครรภ์มีสิทธิลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตร โดยให้ถือเป็นวันลาเพื่อคลอดบุตร ทั้งนี้กฎหมายใหม่กำหนดให้คลอดบุตรลาได้ไม่เกิน 98 วัน และได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ แต่ไม่เกิน 45 วัน และไม่นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลา (ในกฎหมายเดิมมีถ้อยคำนี้ กฎหมายใหม่ตัดออกไปแล้ว)  (มาตรา 41 และ 59)

 

(12) ลูกจ้างทั้งชายและหญิงต้องได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด หากทำงานในลักษณะ คุณภาพ และปริมาณเท่ากัน หรืองานที่เทียบแล้วมีค่าเท่าเทียมกัน (มาตรา 53)

 

(13) กำหนดลักษณะของการจ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา และค่าอื่นๆ

 

- หากตกลงจ่ายเป็นรายเดือน รายวัน รายชั่วโมงที่ไม่เกินรอบการจ่าย 1 เดือน ให้จ่ายเดือนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง

 

- หากตกลงเป็นอย่างอื่น ให้จ่ายตามที่ตกลงกัน  (มาตรา 70 )

 

อ่าน : ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ได้ที่ link นี้ https://bit.ly/2PkjBcc

 

และอ่านที่ดิฉันเขียนมาทั้งหมดแบบไฟล์ PDF ได้ที่นี่ https://bit.ly/2ww0gxH

 

ปล. ทั้งนี้คาดการณ์เองว่ากฎหมายนี้จะพิจารณาเสร็จภายในธันวาคม 2561 และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ไม่เกิน พฤษภาคม 2562 เป็นของขวัญวันแรงงาน ปี 62 แน่นอน (ประเมินจากประสบการณ์ตนเองที่ไปช่วยในหลายกรรมาธิการมา)

 

สรุปโดย : บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ นักวิชาการสถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม

31 สิงหาคม 2561



02/Sep/2018

เกาะติดข่าวกฎหมาย

ก.แรงงาน แจงผู้จบป.ตรี อาชีวอนามัยฯ เป็นทางเลือกแรก ที่นายจ้างสรรหาเป็นจป.วิชาชีพ , กสร. 15 พย. 61 ก.แรงงาน แจงผู้จบป.ตรี อาชีวอนามัยฯ เป็นทางเลือกแรก ที่นายจ้างสรรหาเป็นจป.วิชาชีพ , กสร. 15 พย. 61

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงผลหารือผู้เกี่ยวข้องกรณีคุณสมบัติ จป.วิชาชีพ&...

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61 ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างห้ามให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00...

กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61 กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาเพื...

กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61 กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกรณีให้ลูกจ้างทำงานล...

กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61 กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย (มร...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา