"ไม่มีความเลวร้ายใดที่จะยิ่งไปกว่า ความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม" "There is no crueler tyranny than that which is perpetuated under the shield of law and in the name of justice." มองเตสกิเออ (Montesquieu, 1689-1755)

ประเทศไทยหลังกฎอัยการศึก: อนาคตอยู่ในมือ “ประยุทธ์” คนเดียว

 

ในทางกฎหมายแล้ว การประกาศ “กฎอัยการศึก” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ถือว่ามีความถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เพราะใช้อำนาจตาม “พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457″ และไม่ได้ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเหมือนการรัฐประหาร

 

 

แต่ในทางปฏิบัติ “กฎอัยการศึก” ก็มีความใกล้เคียงกับ “รัฐประหารซ่อนรูป” หรือ “รัฐประหารครึ่งใบ” (ตามแต่จะเรียกกัน) เพราะ “ฝ่ายทหาร” ภายใต้การบังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการ ได้มีอำนาจด้านความมั่นคงภายในเหนือ “รัฐบาล” ที่ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่ากฎอัยการศึก) ผ่าน ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มีฝ่ายการเมืองและตำรวจเป็นกำลังสำคัญ

 

 

นอกจากนี้ การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ยังมีการควบคุมสื่อ เฝ้าระวังจุดยุทธศาสตร์ในกรุงเทพ รวมถึงเรียกหัวหน้าส่วนราชการและทูตต่างชาติเข้ามาชี้แจง ในรูปแบบเดียวกับการรัฐประหารครั้งก่อนในปี 2549 แทบจะทุกประการ

 

 

สิ่งที่ต่างไปมีเพียงแค่รัฐธรรมนูญและรัฐบาลรักษาการณ์ยังอยู่ เพียงแต่ว่าจะยังอยู่แบบมีความหมายหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

 

SIU ประเมินว่าความเคลื่อนไหวของฝ่ายทหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของม็อบ กปปส. โดยตรง แต่ในแง่ฟากฝั่งทางการเมืองนั้นมีความเชื่อมโยงและสนับสนุนกัน อย่างไรก็ตาม การประกาศกฎอัยการศึกของฝ่ายทหารถือเป็น “ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้” ถ้ามองจากม็อบทั้งสองฝ่าย ทำให้ม็อบทั้งสองฝ่ายเลือกจะอยู่ในที่ตั้งและ “ประเมินสถานการณ์” ก่อนวางแผนเคลื่อนไหวในขั้นต่อไป

 

 

ผลกระทบของการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะดังนี้

 

ระยะสั้น (ภายในสัปดาห์นี้) กฎอัยการศึกจะทำให้ม็อบทั้งสองฝ่ายไม่กล้าขยับตัว และลดแรงปะทะของมวลชนทั้งสองฝ่ายลงได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การประกาศกฎอัยการศึกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบทันที

 

 

ระยะกลาง (1-2 เดือน) กฎอัยการศึกไม่ได้แก้ปัญหา “สุญญากาศทางการเมือง” ที่ขาดรัฐบาลตัวจริงและสภาผู้แทนราษฎรมาปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศ แต่เป็นการเพิ่ม “คนกลาง” ที่มีอำนาจปลายกระบอกปืนเข้ามาเร่งให้เกิดการเดินหน้าต่อเพื่อแก้ปัญหา “สุญญากาศทางการเมือง” ได้เร็วขึ้น

 

ระยะยาว (1-3 ปี) กฎอัยการศึกไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยในระยะยาว ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและแสวงหา “สถาปัตยกรรมใหม่ทางการเมืองไทยในอนาคต” และอาจเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนอนาคตของประเทศไทยในเชิงประชาธิปไตยด้วยซ้ำ

 

กฎอัยการศึกเป็นกฎหมายที่มีอายุครบ 100 ปีในปี 2557 นี้พอดี กฎหมายฉบับนี้ออกในสมัยรัชกาลที่ 6 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเล็กน้อย ประเทศกำลังอยู่ในช่วงสงคราม ทำให้กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจฝ่ายทหารในการตรวจสอบหรือค้นหา “ศัตรู” ได้ทันที

 

 

คำถามคือ “ศัตรู” ของทหารไทยในปี 2457 และ “ศัตรู” ของทหารไทยในปี 2557 เป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่

 

 

ความเก่าแก่ของกฎอัยการศึกฉบับนี้อีกประเด็นหนึ่งคือ การเลิกกฎอัยการศึกนั้น ฝ่ายทหารไม่สามารถทำเองได้ ต้องอาศัย “พระบรมราชโองการ” เท่านั้น (เพราะในช่วงที่ออกกฎอัยการศึก ประเทศไทยยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช กษัตริย์มีอำนาจเต็มที่)

 

 

การประกาศกฎอัยการศึกปี 2457 ในปี 2557 จึงหมายความว่า พลเอกประยุทธ์ไม่มี “ทางลงด้วยตัวเอง” เหลือแล้ว และต้องเดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศต่อไปให้สำเร็จ ก่อนจะอาศัย “พระบรมราชโองการ” ยกเลิกกฎอัยการศึกเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

 

 

ระหว่างที่ทั้งโลกกำลังจับตา “อนาคตประเทศไทยในมือประยุทธ์” SIU ประเมินว่าทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ

 

 

แนวทางแรก

 

พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอาศัยสถานะ “คนกลาง” และอำนาจตามกฎอัยการศึก หารือกับหน่วยงานทางการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ ฝ่ายค้าน วุฒิสภา กกต. รวมถึงมวลชนทั้งสองฝ่าย ในการกำหนด “วันเลือกตั้งใหม่” เพื่อให้ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว

 

SIU ประเมินว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกแนวทางนี้ พรรคเพื่อไทยจะยินดีไม่ส่งคนของตระกูลชินวัตรลงเลือกตั้งเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะกลับคืนสู่สนามเลือกตั้ง ส่วนม็อบ กปปส. ถึงแม้ไม่เห็นด้วยเต็มที่ แต่ก็น่าจะยินดีสนับสนุนการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมากกว่าการเลือกตั้งตามปกติ ส่วนคนเสื้อแดงก็น่าจะยอมรับได้ถ้าได้รับคำสัญญาว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

 

หลังการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ที่น่าจะชนะการเลือกตั้งมากที่สุด) จะเสนอกระบวนการปฏิรูปการเมืองและแก้รัฐธรรมนูญตามที่มีหลายฝ่ายเสนอมาก่อนหน้า และใช้เวลาอีก 1-2 ปีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก่อนยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

 

แนวทางที่สอง

 

แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยึดโยงกับการเลือกตั้งว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศ และหาทางตั้ง “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง (เช่น อาจใช้อำนาจตาม ม. 7 หรือ เสนอชื่อโดยวุฒิสภา) ถึงแม้จะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ ก็ย่อมจะต้องเผชิญกับการต่อต้านจากคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง การใช้กฎอัยการศึกจะเป็นตัวเร่งให้คนเสื้อแดงหันไปใช้ยุทธศาสตร์ใต้ดิน และอาจนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน จนลุกลามกลายเป็น “สงครามกลางเมือง” ที่ยืดเยื้อยาวนานตามที่หลายฝ่ายเคยทำนายกันไว้

 

สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้ต้องถือว่าอยู่บน “ทางแพร่ง” ว่าจะไปในทิศทางใด และท้ายที่สุดแล้ว อำนาจการตัดสินใจเลือกอนาคตประเทศไทย ก็อยู่ในมือของผู้ชายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

 

ข้อมูลจาก

http://www.siamintelligence.com/thailand-martial-law/



20/May/2014

เกาะติดข่าวกฎหมาย

เตือนนายจ้างบังคับลูกจ้างทำโอทีมีความผิด , กรุงเทพธุรกิจ 8 มิย. 61 เตือนนายจ้างบังคับลูกจ้างทำโอทีมีความผิด , กรุงเทพธุรกิจ 8 มิย. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ฝ่า...

รมว.แรงงาน สั่งช่วยเหลือลูกจ้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก เหตุนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ ,innnews 5 มิย. 61 รมว.แรงงาน สั่งช่วยเหลือลูกจ้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก เหตุนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ ,innnews 5 มิย. 61

นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว...

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดของรัฐ 600 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับแล้ว , ฐานเศรษฐกิจ 1 มิ.ย. 61 เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดของรัฐ 600 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับแล้ว , ฐานเศรษฐกิจ 1 มิ.ย. 61

ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเฮ..นอกจากรับสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรแล้ว ยังมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนเพื่อ...

นายจ้างจี้แรงงานปลดล็อคให้ต่างด้าวขายของหน้าร้านได้ , โลกวันนี้  1 มิย. 61 นายจ้างจี้แรงงานปลดล็อคให้ต่างด้าวขายของหน้าร้านได้ , โลกวันนี้ 1 มิย. 61

นายพิภูเอก สกุลหลิม ผู้แทนกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว (GEFW)ประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหาร ...

"ประกันสังคม" ยกเลิกค่าธรรมเนียมจ่ายเงินสมทบ ผู้ประกันตนมาตรา 39-40, สำนักงานประกันสังคม 5 มิย. 61

"สำนักงานประกันสังคม" ยกเลิกค่าธรรมเนียมการชำระเงินสมทบผ่านธนาคารและหน่วยบริการ 15 แห่ง ลด...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

สัญญาจ้างนักกีฬาฟุตบอลไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน !!! -แนวหน้า 4 พค. 61 สัญญาจ้างนักกีฬาฟุตบอลไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน !!! -แนวหน้า 4 พค. 61

กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกให้ความสนใจและเป็นที่นิยมอย่างยิ่งของคนทุกชนชั้น นักกีฬาฟุตบอลที่ฝีเท้...

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา