28/01/23 - 09:35 am


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ทนายพร

หน้า: [1] 2 3 ... 50
1
หากที่เล่ามาเป็นเรื่องจริงก็น่าเห็นใจครับ
เอาเป็นว่าทนายจะตอบข้อสงสัยนะครับ

ถามมาว่า ครบกำหนดตามที่ปรากฎในใบสีชมภู หรือใบรายงานตัวแล้ว ต้องทำงัยต่อ...
โดยปกติแล้ว เมื่อมีการกระทำที่กฎหมายถือว่าเป็นความผิดอาญา ตำรวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองก็มีหน้าที่จับตัวผู้กระทำผิดส่งให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนทำสำนวนส่งให้อัยการเพื่อยื่นฟ้อง ปัญหาว่า ระยะเวลาที่จะยื่นฟ้องนั้นจะเพียงพอต่อการแสวงหาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนหรือไม่ กฎหมายจึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนในการ "ฝัดฟ้องหรือฝากขัง" ได้ โดยในระหว่างนี้หากประกันตัวก็จะได้รับการปล่อยตัว หากไม่ได้ประกันตัวก็จะต้องถูกขังในระหว่างทำสำนวนส่งอัยการเพื่อยื่นฟ้องครับ

ถามต่อไปว่า ตำรวจจะฝัดฟ้องได้กี่ครั้ง ครั้งละกี่วัน?
ซึ่งถ้าเป็นคดีศาลแขวง พนักงานสอบสวนจะต้องยื่นฟ้องภายใน ๔๘ ชั่วโมง หากฟ้องไม่ทันจะต้องฝากขังฝัดฟ้องได้ไม่เกิน ๕ ครั้งๆละไม่เกิน ๖ วัน
หากเป็นศาลจังหวัด จะพิจารณาโทษจากการกระทำความผิดเป็นหลัก หากความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังได้เพียงครั้งเดียว ไม่เกิน ๗ วัน
กรณีที่ความผิดอาญาอัตราโทษจำคุก สูงเกินกว่า ๖ เดือน ไม่ถึง ๑๐ ปี หรือปรับเกิน ๕๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติดกัน แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน ๑๒ วัน และรวมกันไม่เกิน ๔๘ วัน
กรณีความผิดอาญาอัตราโทษสูงตั้งแต่ ๑๐ ปี  ขึ้นไปจะมีโทษปรับหรือไม่ ศาลมีอำนาจสั่งขัง หลายครั้งติดกัน ครั้งละไม่เกิน ๑๒ วัน แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน  ๘๔ วัน

หากครบกำหนดแล้วพนักงานอัยการยังไม่ฟ้องจะทำงัย...หลุดคดีเลยมั๊ย?....ยังก่อน ทำผิดก็ต้องรับโทษครับ

กฎหมายบอกว่า หากครบกำหนดฝากขังฝัดฟ้องแล้วยังไม่นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องต่อศาล อำนาจในการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนก็จะหมดไป ศาลก็จะต้องปล่อยตัวเรา เมื่อทำสำนวนเสร็จ อัยการก็จะนัดหมายเราไปศาลและยื่นฟ้องต่อศาลดำเนินการขั้นตอนต่อไปครับ

ดังนั้น ในกรณีนี้ ให้สอบถาม ที่งานประชาสัมพันธ์ ตรงที่เราไปรายงานตัวนั่นแหละว่า เราจะต้องมารายงานตัวต่อหรือไม่ หรือเพียงแค่ ๓ ครั้ง (แต่ทนายดูแล้วไม่มีเงื่อนไขใหนเข้า ๓ ครั้งเลยนะ) โดยเอาใบสีชมพูไปสอบถามก็จะได้สบายใจนะครับ

ส่วนคดีความนั้น คงต้องหาทนายมาช่วยเหลือแล้วล่ะครับ

ทั้งนี้ สภาทนายความมีทนายอาสาอยู่ประจำทุกศาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนในคดีอาญา

หรือถ้ามีเงินพอที่จะจ้างทนายความได้ก็ให้รีบเลยครับ จะได้มีเวลาประชุมวางแผนในการต่อสู้คดีต่อไปครับ

ให้กำลังใจครับ

ทนายพร.

2
บางคำถามก็เป็นคำตอบอยู่ในตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม ถามมาก็ตอบไปตามสไตล์ทนายพรล่ะครับ

ถามมาว่า...

1.ถ้าจ้างออกสิ่งที่เราควรจะได้รับมีอะไรบ้างคะ
ตอบ ค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ โดยคำนวณตามอายุงานครับ

2.ในกรณีนี้ค่าตกใจ ควรได้กี่เดือนคะ ( อ่านมาว่าถ้าปรับโครงสร้างบริษัท ต้องได้ค่าตกใจ 2 เดือน จริงหรือไม่คะ )
ตอบ ค่าตกใจ หรือเรียกในทางกฎหมายว่า ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามาตรา ๑๗ โดยต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือก่อนจะถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างเพื่อให้มีผลการเลิกจ้างในคราวถัดไป ดังนั้น จะตอบว่าได้กี่เดือน จะต้องดูก่อนว่าได้บอกกล่าวเลิกจ้างเราเมื่อใด? จ่ายค่าจ้างเป็นเดือนหรือเป็นวิค หรือจ่ายเป็นรายวัน เพื่อพิจารณาว่านายจ้างได้บอกและจ่ายค่าตกใจได้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ส่วนที่วงเล็บมาว่าค่าตกใจกรณีปรับโครงสร้างได้ ๒ เดือนนั้น ไม่จริงนะครับ)

3.ถ้าบริษัทให้ออกวันที่ 4 มกราคม เงินเดือนในเดือน มกรา เราต้องได้เต็มจำนวนหรือไม่คะ
ตอบ แหมๆๆๆ....จะเอาเต็มเดือนเลยรึ (หยอกๆ) ค่าจ้างตามกฎหมายแล้วจะจ่ายให้เฉพาะวันที่มาทำงาน ดังนั้น เมื่อออกวันที่ ๔ ก็จะได้แค่วันที่ ๔ นะครับ

4.ค่าชดเชยที่ได้ 3 เดือนใช่มั๊ยคะ
ตอบ ไม่ถูกครับ ที่ถูกคือ ๙๐ วันครับ ...อ้าวทนาย..มันต่างกันตรงใหน? ก็ตอบว่า ต่างกันตรงวันกับเดือนนี่แหละครับ เมื่อกฎหมายกำหนดเป็นวันก็ต้องเปลี่ยนค่าจ้างรายเดือนมาเป็นรายวันก่อน โดยใช้ ๓๐ มาหารก็จะได้ค่าจ้างรายวันแล้วก็คูณด้วย ๙๐ จะเห็นว่า จำนวนเงินไม่เท่ากันนะครับ คำนวณ ๙๐ วันจะน้อยกว่าเป็นจุดทศนิยม สรุปคือ คิดง่ายๆก็ ๓ เดือนนั่นแหละ ง่ายดี ;D

5.ถ้าบริษัทจ้างออกจะเสียประวัติจริงหรือไม่คะ
ตอบ เสียประวัติอะไร? คุณทำอะไรผิดหรือ? ถ้าไม่ได้ทำผิดอย่าได้กลัวไปครับ เป็นคำขู่ของนายจ้างที่เป็นลูกไม้ทั่วๆไป หากไม่ได้ทำผิดก็ให้บริษัทเลิกจ้างไปเลยครับ เว้นแต่มีความผิดก็ว่ากันไปอย่างนะครับ และแน่นอนว่าหากถูกเลิกจ้างด้วยเหตุปรับโครงสร้างองค์กร หากเหตุผลยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงต้องปรับโครงสร้าง กิจการไม่ได้ขาดทุนและเป็นการเลือกปฎิบัติ อาจเป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พรบ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้อีก และมีสิทธิได้รับเงินว่างงานร้อยละ ๕๐ จากประกันสังคมอีกด้วยครับ

6.หลักฐานพวกคลิปอัดเสียงที่คุยกับ HR หรือการต่อรองเจรจาที่เค้าบังคับให้เราเขียนใบลาออกเอง สามารถนำไปใช้ในชั้นศาลได้หรือไม่คะ ( เพราะไม่บริษัทไม่ส่ง E-mail หรือ ทำหลักฐานไว้ค่ะ เป็นการแจ้งปากเปล่า เลยต้องอัดคลิปเสียงไว้เพื่อป้องกันตัวเอง )
ตอบ เก็บเอาไว้ก่อนครับ เดี๋ยวถึงชั้นศาลค่อยว่ากันครับ

7.ถ้ามีประวัติการทำงานในวันหยุดหรือลาพักร้อน สามารถฟ้องเรียกค่าแรงย้อนหลังได้หรือไม่คะ
ตอบ ทั้งได้และไม่ได้ครับ  ที่บอกว่าได้ คือกรณีที่บริษัทมีคำสั่งให้เราไปทำงานในวันหยุด กรณีนี้ได้แน่นอนครับ  ส่วนกรณีไม่ได้ คือกรณีที่บริษัทไม่ได้สั่งให้เราไปทำ แต่เราขยันไปทำเอง กรณีเช่นนี้จะไม่ได้นะครับ

คงครบถ้วนนะครับ

ทนายพร
[/color][/size][/size]

3
ครับ

ถามมาได้เลยครับ

ทนายพร.

4
อัยยะ
ถามมาสั้นเกิ๊น...

ทนายก็ตอบว่า....ครับ...คำประกันสหกรณ์ฯ...จบ ;D ;)

ถามมาใหม่ครับ เอาให้ได้ใจความ อธิบายมาด้วยว่าจะถามเรื่องอะไร อยากจะรู้เรื่องอะไร ทนายจะได้ตอบได้อ่ะครับ

ทนายพร.


5
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: คดีครอบครองยาบ้า20
« เมื่อ: มกราคม 12, 2023, 11:49:08 am »
ก่อนหน้านี้ ศาลได้วางหลักไว้ว่า หากครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ถือว่ามีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองและครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยห้ามพิสูจน์

แต่ปัจจุบันศาลได้วางหลักใหม่โดยสามารถให้จำเลยสามารถพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีไว้เพื่อจำหน่าย แต่มีไว้เพื่อเสพ และศาลก็จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณากำหนดโทษ

ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะแถลงศาลจากคำให้การจำเลยประกอบการรับสารภาพว่า เนื่องจากตำรวจกวดขันจับกุมอย่างเข้มข้น เป็นการยากที่จะไปซื้อหามาเสพ จึงได้ซื้อเป็นปริมาณมากเพื่อจะได้ไม่ไปซื้อบ่อยครั้ง เช่นนี้ ศาลก็จะใช้ดุลพินิจว่าครอบครองเพื่อเสพก็เป็นได้ครับ

แอะๆๆ...ไม่ได้ชี้ช้องให้ทำความผิดนะครับ เอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ;)

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร.

6
เป็นคำถามที่ดีและน่าสนใจมากครับ

บางคนอ่านแล้วก็อยากรู้คำตอบว่าทนายจะตอบว่าอย่างไร

ก่อนอื่น ต้องไปดูนิยามของ "การพนัน" หมายความว่าอย่างไร? หมายถึงอะไร?

เปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ บัญญัติว่า “ การพนัน หมายถึง การเล่นเอาเงิน หรือสิ่งอื่นโดยอาศัยความฉลาด ความชำนาญ เล่ห์เหลี่ยม ไหวพริบและฝีมือรวมทั้งโชคด้วย ”....ยังไม่สาแก่ใจ เปิด พรบ.การพนัน พ.ศ.๒๔๗๕ ได้นิยามว่า..

“การเล่น” ให้หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วย ”  อย่างไรก็ตาม ใน พรบ.การพนันไม่ได้มีการกำหนดนิยามที่ชัดเจนจึงต้องยึดถือนิยามตามพจนานุกรมฯ  แต่ก็สามารถอธิบายจากบทมาตราต่างๆได้ว่า

การพนัน หมายถึง การเล่นเอาเงินที่มีลักษณะได้หรือเสียเงินหรือทรัพย์สินกันในตัว

ดังนั้น โดยสรุป หากไม่มีการได้เสีย โดยจะเป็นเงินหรือประโยชน์อื่นใดก็ไม่เข้าข่ายเล่นการพนันล่ะครับ แต่ถ้ามีการได้เสีย มีผลประโยชน์ เช่นนี้ ไม่รอดครับ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมหรือผลของการเล่นล่ะครับ

ส่วนที่ถามว่ามีไพ่สำหรับเล่นเกมส์ด้วยนั้น ทนายก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นเกมส์อะไร แล้วทำไมจะต้องเป็นไพ่ด้วย ปรับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่

แหมๆ อย่าถึงขนาดต้องบันทึกภาพเลยครับ  เเเอบๆเล่น อย่าส่งเสียงดัง ก็น่าจะดีกว่านะครับ...หยอกๆ

ทนายพร.

7
กฎหมายอาญาได้วางหลักไว้ว่าจะกำหนดเพิ่มโทษหนึ่งในสามแก่จำเลยที่กระทำผิดซ้ำภายใน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษ

จากคำถาม หากนับเวลาแล้ว เกินกว่า ๕ ปีแล้ว ถือว่าพ้นหลักดังกล่าวแล้ว

ส่วนที่ถามว่าจะติดกี่ปี หรือจะโดนส่งไปบำบัดนั้น อยู่ที่วิธีการต่อสู้คดีครับ หากทำจริงและรับสารภาพ ก็จะได้รับการลดหย่อนโทษหรืออาจจะถูกส่งไปบำบัด อย่างไรก็ตามเป็นดุลพินิจของศาลที่จะลงโทษตามพฤติการณ์แห่งคดีนะครับ ทั้งนี้ หากเป็นเพียงผู้เสพโทษก็น้อยหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้ค้าหรือมีไว้เพื่อการค้า ศาลมักจะไม่ปราณีนะครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร.

8
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: ค้ำประกันสหกรณ์
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2022, 10:32:48 am »
อย่างแรก ก็ต้องบอกว่ายินดีด้วยที่มีคำว่า "อดีตเมียน้อย" นั่นแสดงว่า เมียน้อยไม่มีแล้วนะซิ...หยอกๆๆ

ส่วนที่ถามเกี่ยวกับการค้ำประกันนั้น คงไม่เกี่ยวว่ามีความสัมพันธ์ กับผู้กู็อย่างไร เมื่อสามีเราไปสมัครใจค้ำประกัน ก็ต้องยึดถือตามสัญญาค้ำประกันนั้น เมื่อผู้กู้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันซึ่งสมัครใจเอาตนเข้าค้ำประกันหนี้ดังกล่าว ก็ต้องชดใช้แทนผู้กู้ล่ะครับ

ส่วนการหักเงินเดือนสามี ก็คิดว่า ในช่วงการทำสัญญากู้เงินหรือสัญญาค้ำประกัน สามีของเราได้ไปทำหนังสือหรือให้ความยินยอมในการหักเงินให้ไว้ต่อสหกรณ์ จึงถูกหักเงินไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ำประกันยังมีทางแก้คือ เมื่อได้ชำระหนี้แทนผู้กู้ไปแล้ว จะได้สิทธิ์ที่กฎหมายเรียกว่า "รับช่วงสิทธิ์" โดยนำหลักฐานการชำระหนี้ สัญญาค้ำประกัน ไปฟ้องผู้กู้ หรืออดีตเมียน้อย เพื่อ "ไล่เบี้ย" เรียกเงินที่ชำระพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมดได้ครับ ซึ่งคดีอย่างนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ

ทนายพร.

9
ถ้าถามว่าจะถูกจำคุกมั๊ย และถ้าจำคุกจะถูกจำคุกกี่ปี ทนายคงจะตอบให้ไม่ได้ เพราะเป็นดุลพินิจของท่านผู้พิพากษา

ทั้งนี้ในการพิจารณาท่านจะดูว่า จำเลยมีพฤติกรรม "หลาบจำ" หรือไม่ หรือมีเหตุอื่นใดควรจะปราณีหรือไม่อย่างไร ซึ่งหากพิจารณาแล้วยังไม่ละเลิกเสพยา ก็อาจจะสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญาก็เป็นได้นะครับ

ทนายพร.

10
เป็นคำถามที่ดีเลยครับ เพราะบางคนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

เอาเป็นว่า ใครที่คิดว่าตนเองมีประวัติหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบและดำเนินการได้เช่นกัน

โดยกรณีที่คดีถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง หรือเป็นกรณีใดก็แล้วแต่ หรือกรณีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องหรือจำหน่ายคดีในคดีอาญา

หรือเอาง่ายๆ ว่า ใครเคยถูก "พิมพ์ลายนิ้วมือ" ที่สถานนีตำรวจ ล้วนต้องถูกส่งเข้าไปที่ "กองทะเบียนประวัติอาญากร" สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบันทึกประวัติไว้

ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบ ก็สามารถตรวจสอบได้ โดยติดต่อที่กองประวัติฯ หรือจะดำเนินการทางออนไลน์ก็ได้นะครับ
ส่วนผู้ที่ต้องการ "ลบประวัติ" ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน โดยต้องนำหลักฐานประกอบด้วย เช่นหากคดีถึงที่สุดก็ไปขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อประกอบการดำเนินการลบประวัติด้วยนะครับ

หรือหากมีข้อสงสัยก็สอบถามได้ที่ กองทะเบียนประวัติอาชญากร อาคาร 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หรือโทร ๑๓๔๗ ได้ในวันและเวลาราชการครับ

ส่วนคำถามว่า โดยคดีใบกระท่อม จะรับราชการได้มั๊ย ก็ถ้าไม่ถูกจำคุก ก็เข้าข้อยกเว้น สามารถรับราชการได้ เว้นแต่หน่วยงานดังกล่าวจะตั้งระเบียบไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น ในชั้นนี้ให้รีบไปดำเนินการลบประวัติก่อนเลยครับ

ทนายพร.

11
หากมีข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ ทนายคงตอบให้ไม่ได้ครับ เพราะยังมีหลายประเด็นต้องพิจารณาว่าจะเข้าข่ายเลิกจ้างตามมาตรา ๑๑๘ วรรคท้ายหรือไม่ หรือจะเป็นการสั่งงานให้ย้ายไปทำงานในสถานที่ทำงานแห่งใหม่แต่ยังคงความเป็นลูกจ้างของนายจ้างอยู่

นอกจากนี้ การ "ออกข่าวแจ้งปิดกิจการ" ก็ยังใช้ไม่ได้ในทางกฎหมาย เพราะมิใช่ประกาศปิดกิจการ และเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนอาจจะต้องไปขอคัดหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบว่า บริษัทได้แจ้งปิดกิจการแล้วหรือไม่ ก็จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นครับ

ดังนั้น ในเครสนี้ หากต้องการคำตอบจริงๆ คงต้องโทรมาหาทนายเพื่อสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อจะได้ตอบคำถามและแนะนำให้ต่อไปครับ

ทนายพร.


12
อัยยะ...ทนายอ่านคำถามอยู่หลายรอบเลย กลัวว่าจะตอบผิด ;D

ถามมาว่า...


1. เราต้องได้ค่าภาษาถูกต้องไหมคะ เพราะไม่เกี่ยวกับฐานเงินเดือน
ตอบ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อตกลงกันตอนทำสัญญากันเลยครับ หากเหมาจ่ายก็ต้องจ่ายเต็ม แต่ถ้าไม่ใช่เหมาจ่ายในการคำนวนจ่ายหากจะเป็นธรรมก็ต้องจ่ายตามส่วนตามวันที่มาทำงาน อาจจะหาฐานเป็นรายวันก่อนแล้วจึงคำนวนว่าในเดือนนั้นทำงานมากี่วันก็คูณไป ได้เท่าใหร่ก็เท่านั้น อะไรประมาณนี้ครับ

2. ถ้าทางบริษัทบอกว่าคิดตามวันที่มาทำงาน ทำไมถึงเอาเงินเดือนไปหาร 30 วัน ต้องเอามาหารวันที่ต้องไปทำงานจริง แล้วคิดมาเป็นรายวัน ถูกหรือไม่คะ
ตอบ บริษัทเอา ๓๐ หารน่ะถูกแล้วครับ เพราะที่เอา ๓๐ หารก็เพื่อให้ได้ฐานค่าจ้างเฉลี่ยต่อวันก่อน เมื่อรู้แล้วว่าได้ค่าจ้างวันละเท่าใหร่ก็เอาจำนวนนั้นมาคูณกับจำนวนวันที่ทำงาน ก็จะได้ค่าจ้างในรอบเดือนนั้นครับ...เข้าใจเนาะ?

ตัวอย่าง: ถ้านับจากการตัดยอดแต่ล่ะเดือนคือวันที่ 25 จากวันที่ 26 สิงหาคน ถึง 25 กันยายน จะต้องทำงานทั้งหมด 23 วัน ไม่รวมวันหยุด ก็คือ 16,000/23 = 695 แล้วจึงมานับว่าทำงานครบ 23 วันหรือไม่ถูกต้องหรือไม่คะ
ตอบ คิดอย่างนี้ไม่ถูก จะต้องเอา ๑๖,๐๐๐/๓๐ จะได้ค่าจ้างวันละ ๕๓๓.๓๓๓.. บาท ทำงานมา ๒๓ วัน ก็จะได้ ๒๓x๕๓๓.๓๓๓ = ๑๒,๒๖๖.๖๗ บาท ครับ

3. แล้วถ้าเราไม่ได้เงินตามจำนวนที่เราต้องได้ และในสัญญาไม่ได้ระบุเงื่อนไขหรือการแจ้งการเงินแบบนี้ก่อนรับเข้าทำงาน ว่าจะจ่ายจ่ายเป็นรายวัน หากทำงานไม่เต็มเดือน ต้องทำยังไงได้บ้างคะ
ตอบ อืมม...ทนายคิดว่าบริษัทไม่ได้จ้างเราเป็นรายวันหรอกครับ จ้างเป็นรายเดือนนั่นแหละ เพียงแต่เดือนแรกเราทำงานไม่เต็มเดือน จึงต้องคำนวณให้ตามจำนวนวันที่มาทำงาน หรือที่เรียกว่า คำนวณจ่ายค่าจ้างตามสัดส่วนล่ะครับ ซึ่งเดือนหน้าหากคุณทำงานเต็มเดือนคุณก็จะได้รับค่าจ้างเต็มล่ะครับ

คงกระจ่างและครบถ้วนนะครับ

ทนายพร.
[/color][/size]

13
ถามว่าทำได้มั๊ย?...ทนายก็ถามกลับว่า แล้วทำไปหรือยัง?....หยอกๆๆ

เข้าใจว่า หน่วยงานเพียงต้องการอำนาจต่อรองกับคุณว่าห้ามหัวหมอหรือมีปากมีเสียงนะ จะให้ออกเมื่อใหร่ก็ได้เพราะคุณได้เซ็นใบลาออกไปแล้ว

เอาเป็นว่า การลาออกเป็นการแสดงเจตนาว่าจะไม่ทำงานกับหน่วยงานอีกต่อไป

เมื่อข้อเท็จจริงมีว่า การเขียนใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่มีเจตนาในการลาออกจริงๆ หนังสือลาออกนั้นย่อมสิ้นผลไป

อย่ากระนั้นเลย...ทนายมีทางออกให้ นับแต่นี้ ก็เปลี่ยนลายเซ็นซะ เซ็นแบบใหม่ เท่านี้ก็มีหลักฐานแสดงแล้วใบลาออกนั้นเราถูกบังคับเซ็นตั้งแต่เข้างานแล้ว  หรือไม่ก็ไปขอใบลาออกคืนมา ก็ประมาณนี้ครับ

ทนายพร.

14
ถามมา ๒ ข้อ แต่ตอบยากอยู่นะครับ
ถามมาว่า...

1. หากบริษัทให้ออกกระทันเราจะได้รับสิทธิ์เงินชดเชยด้านไหนบ้าง
ตอบ..ถ้าให้ออกและทำงานเกินกว่า ๑๑๙ วัน ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยตามอายุงานที่ทำตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑๘ แห่งพรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ครับบ

2. ควรวางตัวอย่างไรดีคะ
ตอบ.. อืมมม...อยากแรกอยากจะให้ตั้งสติและคิดเสมอว่าเราเป็นบุคคลที่บริษัทยังให้ความสำคัญมิเช่นนั้นคงไม่ขอให้เราทำงานต่อไปหรอก จริงมั๊ย? ดังนั้น เพื่อแสดงถึงศักยภาพของเรา ก็ควรจะทำงานให้แก่บริษัทอย่างเต็มความสามารถ ทำงานให้สนุก และเราก็จะมีความสุขกับการทำงาน อย่าคิดเยอะครับ คิดบวกเข้าไว้ (แต่ไม่ใช่คิดจะไปบวกกะใครนะครับ..ฮา) ทำงานวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอครับ

ให้กำลังใจนะครับ

ทนายพร.
[/color][/size]

15
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: ที่ขอบเขตชลประทาน
« เมื่อ: สิงหาคม 20, 2022, 11:41:37 am »
อ่านปัญหาแล้วก็น่าปวดหัวแทน

ปัญหาเพื่อนบ้านนี่หากเลี่ยงได้ก็เลี่ยงหากเลี่ยงไม่ได้ก็หาที่อยู่ที่ใหม่สบายใจกว่าเยอะครับ

สรุปได้ความว่า ทุกคนกำลังจะหาประโยชน์จากที่หลวง ในทางกฎหมายแล้ว ที่หลวงถึงแม้จะมีการครอบครอบทำประโยชน์แต่ก็ไม่สามารถยึดถือเป็นของตนได้ แต่สามารถใช้ยันกับบุคคลภายนอกได้ว่าที่ตรงนี้เราใช้ทำประโยชน์อยู่ แต่จะไปกล่าวอ้างว่าเป็นที่ของเรานั้นทำไม่ได้ครับ

ดังนั้น หากเราอยากจะทำประโยชน์เพราะถือว่าเป็นที่หน้าบ้านของเราก็ทำไปครับ หากอีกฝ่ายเห็นว่าเราไปละเมิดสิทธิ์เค้าเนื่องจากเค้าทำประโยชน์มาก่อนก็ว่ากันไป แล้วค่อยไปตกลงกันในภายหลัง หลังจากมีคนกลางอยู่แล้ว  หากอีกฝ่ายเพียงเเต่เอาเราไปนินทา ก็เพียงหาช่องทางกฎหมายในการปิดปาก เช่นการแจ้งความเป็นคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท อะไรประมาณนี้ละครับ

ส่วนข้อแนะนำอื่นนั้นก็ตามที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้นละครับ ประกาศขาย หาที่ใหม่ครับ

ให้กำลังใจครับ

ทนายพร.

หน้า: [1] 2 3 ... 50