ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม (justice delayed is justice denied) เฉกเช่นคำขวัญศาลแรงงานที่ว่า "ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม" ก็ด้วยการตระหนักว่าความยุติธรรมมิใช่เพียงการตัดสินโดยองค์กรตุลาการที่เป็นกลางเท่านั้น หากต้องมิใช่กระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน เพราะคำตัดสินที่มาอย่างเชื่องช้าอาจทำให้ผู้ได้รับความเสียหายไม่สนใจต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่ความที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน

การปิดงานและการนัดหยุดงาน คืออะไร และทำไมลูกจ้างถึงไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงปิดงานหรือนัดหยุดงาน

ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับพนักงานบริษัทสแตนเล่ย์ เวิร์คส์ จำกัด เลขที่ 92 หมู่ 9 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 44 คน ซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานสแตนเล่ย์ ประเทศไทย ถูกนายจ้างสั่งปิดงานเนื่องจากไม่ยอมรับข้อตกลงสภาพการจ้างงานที่บริษัทได้ตกลงกับสหภาพแรงงานอีกแห่งหนึ่งที่มีอยู่ในบริษัท คือ สหภาพแรงงานสแตนเล่ย์ เวิร์คส์  หลายคนอาจสงสัยว่าการปิดงานและการนัดหยุดงาน คืออะไร จึงขอนำเสนอข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนี้

 

1. การปิดงาน หมายถึง การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยินยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ เป็นมาตรการที่นายจ้างมีความประสงค์จะให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนในระหว่างปิดงาน ไม่มีรายได้ เพราะลูกจ้างมาทำงานไม่ได้ ก็จะไม่ได้รับค่าจ้าง

 

เพราะสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อไม่ได้ทำงานให้นายจ้าง นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เป็นวิธีการกดดันลูกจ้างให้ยอมตามข้อเรียกร้องที่นายจ้างกำหนด การปิดงานเป็นการกระทำโดยการห้ามให้ลูกจ้างเข้าทำงาน ดังนั้นคนที่ได้รับความเดือดร้อนคือ ลูกจ้างนั้นเอง

 

2. การนัดหยุดงาน หมายถึง การที่ลูกจ้างทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ยอมทำงานให้กับนายจ้างเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาข้อพิพาททางด้านแรงงานระหว่างกัน เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ลูกจ้างรวมตัวกันเพื่อกดดันหรือบีบให้นายจ้างต้องทำตามข้อเรียกร้องของตน หรือไม่ก็ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมสภาพการจ้างเสียใหม่ เพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์

 

วิธีการนี้จะกดดันนายจ้างจนกว่าจะสมประโยชน์ แต่การนัดหยุดงานต้องเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทแรงงานเท่านั้น

 

3.  การจ่ายโบนัสให้แก่ลูกจ้าง  ถึงแม้นายจ้างจะมีระเบียบข้อบังคับว่าจะต้องจ่ายโบนัสปีละกี่ครั้ง ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวไม่เป็นสภาพการจ้าง อันมีผลผูกพันให้นายจ้างต้องจ่ายโบนัสในจำนวนดังกล่าวตลอดไป เป็นสิทธิของนายจ้างจะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้(อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2543)

 

4.การปิดงานและการนัดหยุดงาน

4.1 ต้องมีการแจ้งข้อเรียกร้อง ตามมาตรา 13 ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 และมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดจนมีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นและตกลงกันไม่ได้ ตามมาตรา 22 วรรคสาม และมีการแจ้งให้พนักงานประนอมข้อพิพาทและอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าถึงการปิดงานหรือการนัดหยุดงานนั้นเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 34 วรรคสองแล้ว นายจ้างจึงจะปิดงานหรือลูกจ้างจะนัดหยุดงานได้

 

4.2 ในกรณีที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น อีกฝ่ายหนึ่งปิดงานหรือนัดหยุดงานเพื่อบังคับให้มีการปฏิบัติตามได้ ทั้งนี้ โดยต้องแจ้งให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า 24 ชั่วโมง (กรณีเช่นว่านี้แม้จะปิดงานหรือนัดหยุดงานได้ แต่ไม่พึงกระทำเพราะเป็นการเสี่ยงเกินไป หากเห็นว่ามีการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ฝ่ายนายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างที่เป็นฝ่ายเสียหาย ควรนำคดีไปสู่ศาลขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้นายจ้างหรือลูกจ้างปฏิบัติตามข้อตกลงจะได้ผลกว่า)

 

4.3 ในกรณีที่มีคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดไม่ยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนั้น อีกฝ่ายหนึ่งปิดงานหรือนัดหยุดงานเพื่อบังคับให้มีการปฏิบัติตามได้ ทั้งนี้ โดยแจ้งให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 34 วรรคสอง (แต่ก็ไม่ควรกระทำเช่นเดียวกัน ควรใช้วิธีการไปฟ้องศาลแรงงานขอให้พิพากษาบังคับให้ปฏิบัติตามจะได้ผลมากกว่า -อ้างอิงคำบรรยายวิชากฎหมายแรงงาน ศาสตราจารย์เกษมสันต์ วิลาวรรณ)

 

4.4 อำนาจพิเศษที่จะระงับการปิดงานหรือนัดหยุดงาน ตามมาตรา 35 ของ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเห็นว่า การปิดงานหรือนัดหยุดงานรายใดอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศหรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสั่งให้เลิกปิดงานหรือให้ลูกจ้าง กลับเข้าทำงานตามปกติได้

 

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518

        

มาตรา 13 การเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ จ้างหรือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง นายจ้างหรือ ลูกจ้างต้องแจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ

 

ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง นายจ้างต้องระบุชื่อผู้เข้าร่วม ในการเจรจา โดยจะระบุชื่อตนเองเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา หรือจะตั้ง ผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาก็ได้ ถ้านายจ้างตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วม ในการเจรจาผู้แทนของนายจ้างต้องเป็น กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือลูกจ้างประจำของนายจ้างกรรมการของสมาคมนายจ้าง หรือกรรมการ ของสหพันธ์นายจ้างและต้องมีจำนวนไม่เกินเจ็ดคน

 

ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง ข้อเรียกร้องนั้นต้องมีรายชื่อและ ลายมือชื่อของลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของ ลูกจ้างทั้งหมดซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้น ถ้าลูกจ้างได้เลือกตั้ง ผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาไว้แล้ว ให้ระบุชื่อผู้แทนผู้เข้าร่วมในการ เจรจามีจำนวนไม่เกินเจ็ดคนพร้อมกับการแจ้งข้อเรียกร้องด้วย ถ้าลูกจ้างยัง มิได้เลือกตั้งผู้แทน เป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาให้ลูกจ้างเลือกตั้งผู้แทนเป็น ผู้เข้าร่วมในการเจรจาและระบุชื่อผู้แทนผู้เข้าร่วม ในการเจรจามีจำนวนไม่ เกินเจ็ดคนโดยมิชักช้า

 

การเลือกตั้งและการกำหนดระยะเวลาในการเป็นผู้แทนลูกจ้าง เพื่อ เป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา การดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและการ รับทราบคำชี้ขาดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา 22 เมื่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งตาม มาตรา 21 แล้ว ให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อให้ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้อง และฝ่ายรับข้อเรียกร้องตกลงกันภายในกำหนดห้าวัน นับแต่วันที่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับหนังสือแจ้ง

 

ถ้าได้มีการตกลงกันภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นำ มาตรา 18 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้อพิพาทแรงงานนั้น เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตาม มาตรา 26 หรือนายจ้างจะปิดงานหรือลูกจ้างจะนัดหยุดงานโดยไม่ขัดต่อ มาตรา 34 ก็ได้ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับ มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 หรือ มาตรา 36



23/Jan/2014

เกาะติดข่าวกฎหมาย

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61 ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างห้ามให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00...

กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61 กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาเพื...

กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61 กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกรณีให้ลูกจ้างทำงานล...

กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61 กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย (มร...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา