ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม (justice delayed is justice denied) เฉกเช่นคำขวัญศาลแรงงานที่ว่า "ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม" ก็ด้วยการตระหนักว่าความยุติธรรมมิใช่เพียงการตัดสินโดยองค์กรตุลาการที่เป็นกลางเท่านั้น หากต้องมิใช่กระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน เพราะคำตัดสินที่มาอย่างเชื่องช้าอาจทำให้ผู้ได้รับความเสียหายไม่สนใจต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่ความที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน

บังคับใช้ พ.ร.บ. การอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ตั้งแต่ 21 ก.ค. 58 เป็นต้นไป

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (26ม.ค.) พระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการ พิจารณาอนุญาตของทางราชการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘”

 

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๑๗ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับบรรดาการอนุญาต การจดทะเบียนหรือการแจ้งที่มีกฎหมายหรือกฎกําหนดให้ต้องขออนุญาต จดทะเบียน หรือแจ้ง ก่อนจะดําเนินการใด บทบัญญัติของกฎหมายหรือกฎใดที่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราช บัญญัตินี้แทน

 

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

“อนุญาต” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทําการใดที่มีกฎหมายกําหนดให้ต้องได้ รับความยินยอมก่อนกระทําการนั้น และให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติการจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้ง การให้ประทานบัตรและการให้อาชญาบัตรด้วย

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกําหนดให้มีอํานาจในการอนุญาต

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต

“กฎหมายว่าด้วยการอนุญาต” หมายความว่า บรรดากฎหมายที่มีบทบัญญัติกําหนดให้การดําเนินการใดหรือการประกอบกิจการใดจะ ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะดําเนินการได้

“คําขอ” หมายความว่า คําขออนุญาต

 

มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่

(๑) รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

(๒) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดําเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดีการบังคับคดี และการวางทรัพย์

(๓) การดําเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

(๔) การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๕) การอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารด้านยุทธการ รวมทั้งตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมยุทธภัณฑ์ และกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชนการยกเว้นไม่ให้นําบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การดําเนินกิจการใดหรือกับหน่วยงานใดนอกจาก ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

 

มาตรา ๖ ทุกห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้อนุญาตพิจารณากฎหมายที่ให้อํานาจในการอนุญาตว่าสมควรปรับปรุงกฎหมาย นั้นเพื่อยกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความจําเป็นผู้อนุญาตจะพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหรือจัดให้มี มาตรการอื่นแทนในกําหนดระยะเวลาที่เร็วกว่านั้นก็ได้ให้ผู้อนุญาตเสนอผลการ พิจารณาตามวรรคหนึ่งต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มี มาตรการอื่นแทนการอนุญาต ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมาย ว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบการพิจารณาด้วย

 

มาตรา ๗ ในกรณีที่มีกฎหมายกําหนดให้การกระทําใดจะต้องได้รับอนุญาต ผู้อนุญาตจะต้องจัดทําคู่มือสําหรับประชาชน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอ ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขอ อนุญาตจะต้องยื่นมาพร้อมกับคําขอ และจะกําหนดให้ยื่นคําขอผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการมายื่นคําขอด้วยตนเองก็ได้

 

คู่มือสําหรับประชาชนตามวรรคหนึ่งให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ที่กําหนดให้ยื่นคําขอ และเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อประชาชนประสงค์จะได้สําเนาคู่มือดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดสําเนาให้โดยจะคิดค่าใช้จ่ายตามควรแก่กรณีก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ระบุค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนด้วย

 

ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาใน การพิจารณาอนุญาตที่กําหนดตามวรรคหนึ่งว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมตามหลัก เกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าขั้นตอนและระยะเวลาที่กําหนดดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรให้ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการให้ผู้อนุญาตดําเนินการแก้ไขให้เหมาะ สมโดยเร็วเพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคําขอและชี้แจงรายละเอียด เกี่ยวกับการอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตไว้ ณ ที่เดียวกันตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกําหนด

 

มาตรา ๘ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการรับคําขอจะต้องตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคําขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากเห็นว่าคําขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดให้แจ้งให้ผู้ยื่น คําขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้ครบถ้วนถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดําเนินการได้ในขณะนั้นให้บันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่ม เติมไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วยและให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอลงนาม ไว้ในบันทึกนั้น

 

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มอบสําเนาบันทึกตามวรรคหนึ่งให้ผู้ ยื่นคําขอไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่ผู้ยื่นคําขอได้จัดทําคําขอถูกต้องและแนบ เอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ แล้ว หรือได้แก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่พนักงานเจ้า หน้าที่แนะนําหรือตามที่ปรากฏในบันทึกตามวรรคหนึ่งแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมอื่นใดอีกไม่ได้ และจะปฏิเสธการพิจารณาคําขอนั้นโดยอาศัยเหตุแห่งความไม่สมบูรณ์ของคําขอหรือ ความไม่ครบถ้วนของเอกสารหรือหลักฐานไม่ได้

 

เว้นแต่เป็นกรณีที่ความไม่สมบูรณ์หรือความไม่ครบถ้วนนั้นเกิดจากความประมาท เลินเล่อหรือทุจริตของพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นผลให้ไม่อาจอนุญาตได้ในกรณีนี้ให้ผู้อนุญาตสั่งการตามที่เห็นสมควร และให้ดําเนินการทางวินัยหรือดําเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ชักช้า

 

มาตรา ๙ ในกรณีที่ผู้ยื่นคําขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคําขอหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐาน เพิ่มเติม ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบหรือตามที่ปรากฏในบันทึกที่จัดทําตาม มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคําขอให้แก่ผู้ยื่นคําขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือ ถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบด้วยผู้ยื่นคําขอจะอุทธรณ์คําสั่งคืนคําขอตาม วรรคหนึ่ง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองหรือจะยื่นคําขอใหม่ก็ได้ แต่ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องยื่นคําขอใดภายในระยะเวลาที่กําหนดผู้ยื่น คําขอจะต้องยื่นคําขอนั้นใหม่ภายในระยะเวลาดังกล่าว

 

มาตรา ๑๐ ผู้อนุญาตต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสํา หรับประชาชนตามมาตรา ๗ และแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อ ครบกําหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ แล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคําขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุกเจ็ดวันจน กว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมทั้งส่งสําเนาการแจ้งดังกล่าวให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการทราบทุกครั้ง

ในกรณีที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเห็นว่าความล่าช้านั้นเกินสมควรแก่เหตุหรือเกิดจากการขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของผู้ อนุญาต ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีพร้อมทั้งเสนอแนะให้มีการ พัฒนาหรือปรับปรุงหน่วยงานหรือระบบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานนั้นในกรณี ไม่แจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าผู้อนุญาตกระทําการหรือละเว้นกระทําการเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้อื่น เว้นแต่จะเป็นเพราะมีเหตุสุดวิสัย

 

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับใดออกใช้บังคับและมีผลให้ต้องเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือรายละเอียดอื่นใดที่ปรากฏในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ การเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้น มิให้ใช้บังคับกับการยื่นคําขอที่ได้ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่ กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับดังกล่าวมีผลใช้บังคับ เว้นแต่กฎหมายนั้นจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นแต่สําหรับในกรณีกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้นจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นได้ก็แต่เฉพาะในกรณีที่การ เปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ยื่นคําขอ

 

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดอายุใบอนุญาตไว้ และกิจการหรือการดําเนินการที่ได้รับใบอนุญาตนั้นมีลักษณะเป็นกิจการหรือการ ดําเนินการที่เห็นได้ว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะประกอบกิจการหรือดําเนินการนั้น ต่อเนื่องกัน คณะรัฐมนตรีจะกําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต ตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ แทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตก็ได้ และเมื่อหน่วยงานซึ่งมีอํานาจออกใบอนุญาตได้รับค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ให้ออกหลักฐานการต่ออายุใบอนุญาตให้แก่ผู้รับใบอนุญาตโดยเร็ว และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้รับการต่ออายุใบอนุญาตตามกฎหมายนั้น ๆ แล้ว

 

การกําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่น คําขอต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ระบุชื่อพระราชบัญญัติและประเภทของใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวที่ผู้รับใบอนุญาตอาจดําเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ก่อนตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ให้คณะรัฐมนตรีส่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อพ้นกําหนดเวลาดังกล่าวแล้วหากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภามิได้มีมติทักท้วง ให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวต่อไป ให้เป็นหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการที่จะหารือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

 

มาตรา ๑๓ ให้เป็นหน้าที่ของผู้อนุญาตที่จะต้องกําหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการตรวจสอบการ ประกอบกิจการหรือการดําเนินกิจการของผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นไปตามที่กฎหมาย ว่าด้วยการอนุญาตกําหนดและให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้อนุญาต ที่จะต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และแนวทางดังกล่าวเมื่อมีผู้ได้รับความเดือด ร้อนรําคาญ หรือเสียหายจากการประกอบกิจการหรือการดําเนินกิจการของผู้ได้รับอนุญาต ไม่ว่าความจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เองหรือมีผู้ร้องเรียน ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะดําเนินการตรวจสอบและสั่งการตาม อํานาจหน้าที่โดยเร็ว

 

มาตรา ๑๔ ในกรณีจําเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชนให้คณะ รัฐมนตรีมีมติจัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาต เพื่อทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับคําขอตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตขึ้น ให้ศูนย์รับคําขออนุญาตตามวรรคหนึ่งมีฐานะเป็นส่วนราชการตามมาตรา ๑๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยอยู่ในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี และจะให้มีสาขาของศูนย์ประจํากระทรวงหรือประจําจังหวัดด้วยก็ได้ การจัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวให้กําหนดรายชื่อกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตที่จะให้อยู่ภายใต้การดํา เนินการของศูนย์รับคําขออนุญาต ในการดําเนินการเกี่ยวกับการรับคําขอ จะกําหนดในพระราชกฤษฎีกาให้ผู้ยื่นคําขอ ยื่นคําขอผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

 

มาตรา ๑๕ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาตตามมาตรา ๑๔ แล้ว ให้ดําเนินการและมีผล ดังต่อไปนี้

 

(๑) ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตหรือกฎที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวกําหนดให้ ต้องยื่นคําขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมใด ณ สถานที่ใด ถ้าได้มีการยื่นคําขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียม ณ ศูนย์รับคําขออนุญาตแล้ว ให้ถือว่าได้มีการยื่นคําขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมโดยชอบตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้นแล้ว

 

(๒) บรรดาเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ศูนย์รับคําขออนุญาตได้รับไว้ตาม (๑) ให้ศูนย์ รับคําขออนุญาตนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามของหน่วยงานของผู้อนุญาต หรือส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และแจ้งให้หน่วยงานของผู้อนุญาตทราบ

 

(๓) ในกรณีที่หน่วยงานของผู้อนุญาตมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายจากเงินที่จะต้องนําส่ง คลัง ให้ศูนย์รับคําขออนุญาตหักเงินดังกล่าวแทนและส่งมอบเงินที่หักไว้นั้นให้แก่ หน่วยงานของผู้อนุญาต โดยให้ศูนย์รับคําขออนุญาตมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายของศูนย์รับคําขออนุญาตตาม อัตราที่จะได้ตกลงกับหน่วยงานของผู้อนุญาต

 

(๔) ระยะเวลาตามมาตรา ๑๐ ให้นับแต่วันที่ศูนย์รับคําขออนุญาตส่งเรื่องให้ผู้อนุญาตโดยศูนย์รับคําขอ อนุญาตจะต้องส่งเรื่องให้ผู้อนุญาตไม่ช้ากว่าสามวันทําการและให้นํามาตรา ๑๐ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

(๕) ให้เป็นหน้าที่ของผู้อนุญาตที่จะต้องส่งคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ ที่ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันให้ศูนย์รับคําขออนุญาตตามจํานวนที่จําเป็น และดําเนินการให้มีการฝึกอบรมหรือชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคําขอ อนุญาต เพื่อให้เกิดความชํานาญในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

 

(๖) ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคําขออนุญาตที่จะต้องดําเนินการตาม มาตรา ๘ และต้องรับผิดชอบในฐานะเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๘

 

มาตรา ๑๖ ให้ศูนย์รับคําขออนุญาตมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

 

(๑) รับคําขอและค่าธรรมเนียม รวมตลอดทั้งคําอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต

 

(๒) ให้ข้อมูล ชี้แจง และแนะนําผู้ยื่นคําขอหรือประชาชนให้ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาต รวมตลอดทั้งความจําเป็นในการยื่นคําขออื่นใดที่จําเป็นต้องดําเนินการตาม กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตทั้งปวง ในการประกอบกิจการหรือดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด

 

(๓) ส่งคําขอ หรือคําอุทธรณ์ ที่ได้รับจากผู้ยื่นคําขอหรือผู้ยื่นคําอุทธรณ์พร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคอยติดตามเร่งรัดหน่วยงานดังกล่าวเพื่อดําเนินการให้ถูกต้องภายในระยะ เวลาที่กําหนดตามพระราชบัญญัตินี้ และคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ หรือตามกฎหมายที่ให้สิทธิในการอุทธรณ์

 

(๔) ในกรณีที่เห็นว่าหลักเกณฑ์หรือวิธีการในการยื่นคําขอ มีรายละเอียดหรือกําหนดให้ต้องส่งเอกสารที่ไม่จําเป็น หรือเป็นภาระเกินสมควรแก่ประชาชน ให้เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

(๕) รวบรวมปัญหาและอุปสรรคจากการอนุญาตและการดําเนินการของศูนย์รับคําขออนุญาต เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป

 

(๖) เสนอแนะในการพัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการ ขั้นตอน ระยะเวลา เกี่ยวกับการอนุญาตต่างๆรวมถึงข้อเสนอในการออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือกําหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการอนุญาตเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก มากขึ้น

 

มาตรา ๑๗ ให้ผู้อนุญาตจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๗ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๑๘ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

..................................

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตจํานวนมาก การประกอบกิจการของประชาชนจะต้องขออนุญาตจากส่วนราชการหลายแห่ง อีกทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตบางฉบับไม่ได้กําหนดระยะเวลา เอกสารและหลักฐานที่จําเป็น รวมถึงขั้นตอนในการพิจารณาไว้ทําให้เป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการยื่นคําขอ อนุญาตดําเนินการต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อให้มีกฎหมายกลางที่จะกําหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และมีการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคําร้องและศูนย์รับคําขออนุญาต ณ จุดเดียว เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการขออนุญาตซึ่งจะเป็นการอํานวยความสะดวก แก่ประชาชน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินั้น

 

download พ.ร.บ.ทั้งฉบับได้ที่นี่ครับ

พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

 

โดยสรุป คือ ส่วนราชการที่รับคำขอจะต้องพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จะอ้างว่าหลักฐานไม่ครบถ้วนแล้วปฏิเสธ หรือคืนคำขอไม่ได้

ทั้งนี้ส่วนราชการจะต้องจัดทำคู่มือให้ชัดเจนว่าประชาชนจะต้องดำเนินการอย่างไร และให้สำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งศูนย์รับคำขอไว้ หากมีการดำเนินการล่าช้า กว่าที่กฎหมายกำหนด ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างจริงจัง

ประโยชน์ของ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ คือ การช่วยอำนวยความสะดวก ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายของประชาชน
และลดความยุ่งยากซับซ้อนและลดระยะเวลาในการติดต่อราชการ ซึ่งเป็นการลดเงื่อนไขที่นำไปสู่การเรียกรับสินบนของข้าราชการจากประชาชน



08/Jul/2015

เกาะติดข่าวกฎหมาย

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61 ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า , กสร. 13 กย. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างห้ามให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00...

กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61 กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม. , กสร. 31 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาเพื...

กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61 กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที , กสร. 8 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกรณีให้ลูกจ้างทำงานล...

กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61 กสร. เผยผลรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานแรงงานไทย , กสร. 7 สค. 61

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานไทย (มร...

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา