19/03/19 - 12:19 PM


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ทนายพร

หน้า: [1] 2 3 ... 21
1
ถามว่า นายจ้างจะเรียกค่าเสียหายจากการที่ออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้หรือไม่

ตอบว่า  เรียกได้ครับ

แต่ก็จะมีประเด็นอยู่ว่า ที่นายจ้างเรียกมานั้น มันเสียหายจริงหรือไม่ เท่าใหร่ ซึ่งภาระการพิสูจน์ ตกอยู่แก่ฝ่ายนายจ้างที่จะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าบริษัทเสียหายไปตามที่เรียกร้องจริงหรือไม่ และหากศาลเห็นว่า ค่าเสียหายที่บริษัทเรียกร้องนั้นสูงเกินไป ศาลก็จะปรับลดลงตามความเสียหายที่แท้จริง หรือหากศาลพิจารณาแแล้วเห็นว่า บริษัทไม่มีหลักฐานหรือพยานมาสืบได้ว่าบริษัทเสียหายอย่างไร เท่าใหร่ ศาลก็ยกฟ้อง ก็มีเยอะแยะไปครับ คงต้องหาทนายไปช่วยแล้วละครับ เพราะคดีอย่างนี้ ความสำคัญอยู่ที่การซักค้านพยานโจทก์นะครับ

ขอให้โชคดีนะครับ

ทนายพร.

2
เอาเป็นว่า กระบวนการเรียกร้องสิทธิ์ เดินทางมาไกล้ปลายสุดแล้วครับ และทนายมีข้อแนะนำอย่างนี้ครับ

กรณีที่บริษัทไปฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานนั้น ปกติ คู่ความ คือ บริษัท จะเป็นโจทก์ ฟ้อง พนักงานตรวจแรงงาน เป็นจำเลย และเป็นเรื่องระหว่างคู่ความ เราจะเข้าไปในคดีได้ในฐานะ "พยาน" ดังนั้น ข้อแนะนำก็คือ ให้คุณยื่นคำร้องขอเป็น "จำเลยร่วม" กับพนักงานอัยการ เพื่อที่คุณจะสามารถเข้าไปในคดีได้ เพื่อไปรักษาสิทธิ์ในการต่อสู้ หรืออุทธรณ์ ฏีกาได้ครับ และในขั้นตอนนี้ขอให้รับนึดนึง มิเช่นนั้น คุณก็จะไม่รู้ความคืบหน้าของคดีครับ ส่วนจะให้การต่อสู้อย่างไรก็สามารถที่จะปรึกษาท่านอัยการ(ทนายจำเลย) ได้ หรือจะหาทนายที่มีความเชี่ยวชาญด้านแรงงานไปช่วยเหลือก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้นนะครับ

ทั้งนี้ หากคุณคิดว่า บริษัทเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ก็สามารถ "ฟ้องแยัง" เรียกค่าเสียหายไปพร้อมกันด้วยก็ได้นะครับ

ส่วนประเด็นประกันสังคมนั้น แน่นอนว่า เมื่อบริษัทเลิกจ้างก็ต้องแจ้งการสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนว่าเลิกจ้าง จะไปแจ้งข้อมูลอื่นไม่ได้ เป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จได้ เว้นแต่การแจ้งของคุณเป็นรหัส R5  ซึ่งคือการเลิกจ้างโดยมีความผิด ก็ต้องฟ้องขอให้บริษัทแก้ไขให้เป็น R3 คือการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ก็ได้เช่นกันครับ

ไม่ทราบว่าตอบครบถ้วนตามที่ถามหรือยัง หากยังมีข้อสงสัยก็โทรถามได้นะครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร.

3
อืม...เท่าที่อ่านเรื่องราว มีประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ให้เป็นที่ยุติก่อนว่า บริษัทอยุญาตให้ผู้ถามขายสินค้าอื่นที่มิใช่ของบริษัทได้หรือไม่ และมีเงื่อนใขอย่างไร

แต่อย่างไรก็ตาม กรณีที่ถูกเชิญให้ออก (โห..ใช้คำสวยจัง) นั้นต้องพิจารณาในหนังสือเลิกจ้างครับว่า ระบุความผิดว่าอย่างไร และเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าอื่น หรือกล่าวอ้างว่าคุณทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งหากพิจารณาดูแล้วคุณไม่ได้ทำผิดตามที่บริษัทกล่าวอ้าง ก็ต้องไปใช้สิทธิเรียกร้องคืน โดยหากอยากได้แค่ค่าชดเชย หรือเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าก่อนถูกเลิกจ้าง ก็ไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ในพื้นที่ที่คุณทำงานอยู่ก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน ๓ เดือนก็รู้ผลแล้วครับ

หรือจะไปใช้ช่องทางฟ้องต่อศาลแรงงาน เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย , สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่างหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กรณีที่คุณไม่ได้ทำผิดแล้วถูกเลิกจ้าง ก็ได้เช่นกันครับ ซึ่งถ้าฟ้องศาล เมื่อถึงวันนัด ศาลก็จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกัน หากตกลงกันได้ คดีก็จบ หากตกลงไม่ได้ ก็สู้กันและต้องสืบพยานเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาต่อไปครับ

แต่ทนายอยากจะให้ลองไปพูดคุยกับนายจ้างเรื่องค่าเชยก่อน เพราะเข้าใจว่า คงเป็นธุรกิจที่ไม่มีคนไม่มากนัก ลองคุยกันดูก่อนครับ

พิจารณาและเลือกช่องทางเอาครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร.

4
จากที่ถามสรุปได้ว่า ทำงานมากว่า ๑๕ ปี ได้ปรับเงินขึ้นในเกรดดี (ไม่ไช่ D) มาโดยตลอด อยู่มาวันหนึ่ง เคมีไม่ตรงกับหัวหน้า ทำให้การประเมินผลการทำงานด้อยลงไป (ซึ่งจะถูกต้องเป็นจริงหรือไม่ อันนี้ต้องได้รับการพิสูจน์อีกครั้ง) จึงสร้างความคลางแคลงใจว่า การประเมินไม่น่าจะเป็นธรรม พอทักท้วงก็พาลหาเรื่องเลิกจ้าง แล้วถามว่า จะเรียกร้องอะไรได้บ้าง

ทนายก็ตอบว่า

อย่างเเรก หากถูกเรียกไป และเสนอให้เซ็นต์ใบลาออก อันนี้ขอสั่ง (ฮั่นแนะ..มีอำนาจสั่งด้วยหรา..ฮา) ห้ามเซ็นต์ใบลาออกโดยเด็ดขาด เว้นแต่คุณจะได้รับข้อเสนอที่คุณพอใจ เพราะถ้าคุณเซ็นต์ใบลาออก คุณจะเรียกร้องสิทธิต่างๆต่อไปไม่ได้นะครับ

และหากบริษัทอยากจะเลิกจ้างจริงๆ ก็ให้ทำหนังสือแจ้งมา หรือถ้าบริษัทบอกหนังสือก็ไม่ทำ ก็ให้ถามว่า "คุณเลิกจ้างเราแล้วใช่ใหม" ถ้าบริษัท ตอบว่า "ใช่ พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีกแล้วนะ" ก็ถือได้ว่า บริษัทได้แจ้งเลิกจ้างคุณแล้ว ทั้งนี้ ต้องดูด้วยนะครับว่า ผู้ที่ตอบคุณเป็นผู้มีอำนาจจริงๆ เช่น ผู้จัดการโรงงาน เป็นต้น

เมื่อได้หนังสือเลิกจ้างหรือถือว่าเลิกจ้างแล้ว ก็กลับบ้านครับ...นอนหายใจทิ้งซักสองสามวัน ถือว่าพักผ่อนก่อนไปสู้ต่อครับ

เมือ่พักผ่อนเป็นที่พอใจแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่า จะสู้ทางใหน?

ทางแรก ไปร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.๗) เพื่อเรียกร้อง ค่าชดเชย , สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า , วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่เหลือ , ค่าจ้างค้างจ่าย หรือเงินอื่นๆที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑  ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ ๖๐ ถึง ๙๐ วัน คำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงานก็ออกแล้วครับ

แต่ถ้าพิจารณาแล้ว มันยังไม่สะใจ มาเลิกจ้างโดยที่เราไม่ได้ทำความผิด ก็ต้องไปอีกทางครับ คือ ฟ้องศาลแรงงานครับ

ซึ่งกรณีฟ้องศาลก็สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ ได้ครับ ซึ่งเรื่องค่าเสียหายนี้ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะสามารถเรียกได้เท่าใด เป็นดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดให้ แต่ก็มีแนวคำพิพากษาฏีกาได้วางแนวบรรทัดฐานไว้ว่า ให้คำนวณตามอายุงานของลูกจ้างว่าทำงานมาเท่าใด เช่น คุณทำงานมา ๑๕ ปี ศาลก็อาจจะกำหนดค่าเสียหายให้เท่ากับค่าจ้างอีก ๑๕ เดือน หรือในวงการเรียกว่า ค่าเสียหายปีละเดือนครับ

ทนายพร


5
ดีแล้วครับที่ยังไม่เซ็นต์

อย่างแรกเลยที่คุณต้องทำคือให้กำลังคุณพ่อนะครับ

และบอกให้ท่านอดทนเอาไว้ ไม่ว่ากรณีใดๆก็ห้ามเซ็นต์เด็ดขาด ถ้าหากอยาก "ไปต่อ" เว้นแต่ บริษัทมีข้อเสนอให้แต่อย่างน้อยที่สุดต้องไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด

และในระหว่างนี้ ก็ต้องไม่ทำผิดกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทนะครับ มิเช่นนั้น จะ "เข้าทาง" ของบริษัทที่จะยกเป็นเหตุเลิกจ้างได้

หรือหากต้องการคำแนะนำเป็นการเร่งด่วนก็สามารถโทรสอบถามได้นะครับ

ให้กำลังใจครับ

ทนายพร.

6
ถามมาก็ตอบไปครับ ;D

1.ไม่ทราบว่าหลังจากกระบวนการนี้ ใช้ระยะเวลานานมั้ยคะ?
ตอบ ปกติเจ้าพนักงานตรวจแรงงานก็สามารถขยายระยะเวลาออกคำสั่งได้อีก 30 วันครับ โดยพนักงานตรวจแรงงานต้องขอขยายเวลาต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมด้วยเหตุผล และอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจพิจารณาอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 124 ครับ

2.30วันแรกเป็นคดีแพ่ง และหลังจาก30วันเป็นคดีอาญาใช่มั้ยคะ
ตอบ โห..ดูจะโหดๆอยู่นะครับ..คืออย่างนี้ครับ ปกติคดีแรงงานเป็นคดีแพ่งครับ ส่วนจะกลายเป็นคดีอาญาได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่น กรณีของคุณผู้หญิง (คงจะเป็นผู้หญิงเเหละเน๊อะ เพราะลงท้ายว่าคะ..อิอิ) หากพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน แล้วนายจ้างไม่จ่าย เมื่อล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่่งที่ให้ยื่นต่อศาล (ภายใน 30 วัน) ก็ถือว่านายจ้างไม่ปฎิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจฯ มีโทษทางอาญาแล้วครับ ดังนั้น ที่เข้าใจว่า30วันแรกเป็นคดีแพ่ง และหลังจาก 30 วันเป็นคดีอาญา จึงไม่ถูกครับ

3.ถ้าบริษัทยังไม่จ่ายค่าชดเชย ทางสวัสดิการจะไปบังคับเค้ายังไงให้จ่ายคะ
ตอบ กฎหมายกำหนดขั้นตอนไว้ชัดเจนแล้วว่า หากนายจ้างไม่ปฎิบัติตามก็ให้ฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษา หรือลูกจ้างนำคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ไปยื่นฟ้องต่อศาลเองก็ได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ให้ออกคำบังคับ และตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้กับลูกจ้างต่อไปครับ...

รออีกนิดคำสั่งคงออกแล้วล่ะครับ และหากไม่พอใจคำสั่ง(ไม่ว่าฝ่ายใด) ก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งครับ

ขอให้โชคดีครับ

ทนายพร

[/color][/size]

7
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: จ้างเลี้ยงเด็ก
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2019, 03:24:24 PM »
อ่านแล้วก็น่าเห็นใจนะครับ

เอาเป็นว่า ทนายตอบตามที่ถามเลยนะครับ

กรณีที่อยากจะได้เงินที่สำรองจ่ายไปก่อนนี้ ทนายแนะนำว่าให้ทำ "หนังสือบอกกล่าวทวงถาม" อย่างเป็นทางการไป พร้อมหลักฐาน ส่งไปให้ผู้ปกครองของเด็กให้มาชำระภายในระยะเวลาตามสมควร

หากส่งไปแล้วยังไม่มีการชำระก็คงต้องพึ่งพาศาลแล้วละครับ เพียงแต่ว่าจะคุ้มหรือเปล่าก็เท่านั้น

ซึ่งในการฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องเงินค่าจ้าง (กรณีอย่างนี้เรียกว่าสัญญาจ้างทำของ) ก็ไม่ยาก เสียค่าธรรมเนียมศาลไม่เกิน 1,000 บาทครับ

ก็ตัดสินใจดูครับ

จริงๆคนที่เอาไปฝากเลี้ยงก็เหลือเกินนะครับ น่าจะเห็นใจคนเลี้ยงบ้าง เอาเป็นว่าเป็นกำลังใจให้นะครับ คิดซะว่าทำบุญใหญ่ที่ได้อุปการคุณมนุษย์ด้วยกันครับ..สาธุๆ

ทนายพร.

8
หลักเกณฑ์การหักเงินสมทบประกันสังคมนั้น คำนวณจากฐาน "รายได้" ของลูกจ้างและนายจ้างในอัตราร้อยละ ๕ ทุกเดือน โดยกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องหักและนำส่งประกันสังคมตามอัตราที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.๒๕๓๓

จากที่เล่ามา ลูกจ้างทำงานขับรถโดยมีเงินเดือนพื้นที่และ "ค่าเที่ยว" และถูกหักเงินส่งประกันสังคมในอัตราเต็มขั้นคือ ๗๕๐ บาท/เดือนนั้น

จะเป็นการหักที่ถูกต้องหรือไม่นั้น ต้องดูว่า "รายได้" อันประกอบด้วย เงินเดือนพื้นฐานรวมกับค่าเที่ยวและรายได้อื่นๆที่ลูกจ้างได้รับในแต่ละเดือนนั้น ลูกจ้างได้รับเดือนละเท่าใหร่ หากรวมแล้วเกินกว่า ๑๕,๐๐๐.- บาท ก็จะต้องถูกหัก ๗๕๐ บาท นั้นถูกต้องแล้ว

โดยเงินร้อยละ ๕ ที่หักไป จะไปจ่ายสิทธิประโยชน์ ๗ กรณี ประกอบด้วย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ซึ่งใน ๔ กรณีแรกนายจ้าง+ลูกจ้าง+รัฐบาบ จะจ่ายสมทบเท่ากันในอัตราร้อยละ ๑.๕

ส่วนสงเคราะห์บุตร กับชราภาพ นั้น นายจ้าง+ลูกจ้าง จ่ายสมทบในอัตราร้อยละ ๓ ส่วนรัฐบาลจ่ายสมทบอีกร้อยละ ๑

กรณีว่างงาน นายจ้าง+ลูกจ้าง จ่ายสมทบในอัตราร้อยละ ๐.๕ ส่วนรัฐบาลจ่ายสมทบอีกร้อยละ ๐.๒

มันก็เป็นเช่นนี้แล

ทนายพร

9
อ่านเรื่องราวแล้ว คุณผู้ถามก็มีความรู้เรื่องกฎหมายแรงงานดีพอสมควรเลยนะครับ

เอาเป็นว่า เมื่อถามมา ทนายก็จะตอบให้นะครับ

ถามว่า "**หนูเลยอยากสอบถามท่านว่ากรณีของหนู ที่หนูเรียกร้องเงินชดเชยนั้นถูกต้องหรือไม่คะ ?" (โห..เล่าซะยาว..ถามแค่เนี๊ยะ)

ทนายก็ขอตอบว่า ที่หนูเรียกร้องเงินชดเชยนั้นถูกต้องแล้วครับ เป็นการเรียยร้องสิทธิ์ขั้นพื้นฐานขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงานครับ

ให้กำลังใจ สู้ต่อไปครับ

ทนายพร.


10
ผู้ช่วยทนายขอมาช่วยตอบแทนทนายนะคะ

ตามกฎหมายแรงงานของไต้หวัน ได้กำหนดไว้ดังนี้ค่ะ

(1)   แรงงานต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันโดยมีใบถิ่นที่อยู่อาศัย(ARC) นายจ้างจะต้องทำประกันสุขภาพให้แรงงานทุกคนที่เรียกว่า “เจี้ยนเป่า” โดยกฎหมายด้านสุขภาพกำหนดว่า

-   คนป่วยต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าค่าลงทะเบียนเข้ารับการรักษาให้แก่สถานพยาบาล ครั้งละ 100-500 เหรียญไต้หวัน  และต้องเสียทุกครั้งที่ไปเข้ารับการรักษา

-   กรณีเป็นผู้ป่วยนอก ประกันจะจ่ายให้ 90 % อีก 10 % ลูกจ้างต้องจ่ายเอง

-   กรณีเป็นผู้ป่วยใน ประกันจะจ่ายให้ 90 % อีก 10 % ลูกจ้างต้องจ่ายเอง หากอยู่โรงพยาบาลคืนที่ 4 เป็นต้นไป  จะได้รับเงินช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง

-   กองทุนประกันสุขภาพไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าขนส่งผู้ป่วย ค่าพยาบาลพิเศษ ค่าให้เลือด (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน) ค่าลงทะเบียนเข้ารับการรักษา และค่าเอกสาร

(2)   หากลูกจ้างเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายนอกงาน

-   กรณีต้องหยุดงานเพื่อรับการรักษาโดยไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิขอรับเงินทดแทนค่าจ้างตั้งแต่วันที่สี่ของการหยุดงานดังกล่าว ในอัตรา 50 %  ของอัตราค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

-   หากเป็นสมาชิกกองทุนฯ มาครบหนึ่งปีขึ้นไปจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าจ้างในอัตราดังกล่าวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี

-   กรณีผลการรักษาสิ้นสุดและแพทย์ผู้รักษาได้วินิจฉัยและรับรองว่ามีการทุพพลภาพของอวัยวะ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการทุพพลภาพ โดยจ่ายให้เป็นครั้งเดียวตามประเภทและอัตราที่สำนักงานประกันภัยแรงงานกลางกำหนด

ดังนั้นสิ่งที่ควรทำอันดับแรก คือ ให้รีบแจ้งสำนักงานแรงงานไทย อย่าพึ่งเดินทางกลับประเทศไทยเพราะอาจเสียสิทธิในการรักษาพยาบาล และการรับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยแรงงาน  รวมถึงสิทธิภายใต้กฎหมายแรงงานไต้หวัน

สำนักงานแรงงาน  สาขาเมืองเกาสง 07-392-7620 E-mail : kaosong@mol.go.th

หรือ labour_kaohsiung@hotmail.com

หรือกด 1955 สายรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาแรงงาน

ไม่แน่ใจว่าคุณพ่ออยู่ที่เมืองอะไรนะคะ มันจะมีศูนย์ให้คำปรึกษาในเรื่องนี้โดยตรงในแต่ละเมืองเลยค่ะ

ศูนย์ฯ ไทเปซื่อ   เลขที่ 2 ชั้น 2 ซอย 101 ซินเซิงเป่ยลู่ ไทเปซื่อ   โทร. 02-25642564, 02-25643157 โทรสาร 02-25639774

ศูนย์ฯ ไทเปเซี่ยน   เลขที่ 6 ชั้น 2 จงเจิ้งลู่ ป่านเฉียวซื่อ ไทเปเซี่ยน   โทร. 02-89651014, 02-89651044 โทรสาร 02-89651058

ศูนย์ฯ จีหลงซื่อ   เลขที่ 1 ยี่อี้ลู่ จีหลงซื่อ   โทร. 02-24258624 โทรสาร 02-24226215

ศูนย์ฯ เถาหยวนเซี่ยน เลขที่ 1 ชั้น 8 เซี่ยนฝู่ลู่เถาหยวนซื่อ   โทร. 03-3344087, 03-3341728 โทรสาร 03-3341689

ศูนย์ฯ ซินจู๋ซื่อ   เลขที่ 69 กั๋วหัวลู่ ซินจู๋ซื่อ   โทร. 03-5319978 โทรสาร 03-5319975

ศูนย์ฯ ซินจู๋เซี่ยน   เลขที่ 10 ชั้น 3 กวงหมิงลิ่วลู่ จู๋ เป่ยซื่อ ซินจู๋เซี่ยน   โทร. 03-5220648 โทรสาร 03-5520771

ศูนย์ฯ เหมียวลี่เซี่ยน   194 จงเจิ้งลู่ เจี้ยนกงหลี่เหมียวลี่เซี่ยน   โทร. 03-7363260 โทรสาร 03-7363261

ศูนย์ฯ ไทจงซื่อ   เลขที่ 122/19 ชั้น 6/2 จงกั่วลู่เอ้อต้วน ไทจงซื่อ   โทร. 04-22580561, 04-22580765 โทรสาร. 04-27060567

ศูนย์ฯ ไทจงเซี่ยน   เลขที่ 36 หยางหมิงเจ ฟงหยวนซื่อ ไทจงเซี่ยน   โทร. 04-25240131 โทรสาร 04-25240438

ศูนย์ฯ อี๋หลานเซี่ยน   เลขที่ 451 ชั้นเหอผิงลู่อี๋หลานซื่อ   โทร. 03-9324400 โทรสาร 03-9367742

ศูนย์ฯ ฮวาเหลียนเซี่ยน   เลขที่ 131 ชั้น 1 กั๋วเหลียนอู่ลู่ ฮวาเหลียนซื่อ   โทร. 03-8342584 โทรสาร 03-8349341

ศูนย์ฯ หนานโถวเซี่ยน   เลขที่ 21 ชั้น 2 หนานกังซันลู่ หนานโถวซื่อ   โทร. 04-92261896 โทรสาร 04-92256027

ศูนย์ฯ จางฮั่วเซี่ยน   เลขที่ 100 ชั้น 8 จงซิงลู่ จางฮั่วซื่อ   โทร. 04-7297228 โทรสาร 04-7297229

ศูนย์ฯ หยุนหลินเซี่ยน   เลขที่ 515 หยุนหลินลู่เอ้ต้วน โต่วลิ่วซื่อ หยุนหลินเซี่ยน   โทร. 05-5338087, 05-5338086 โทรสาร 05-5331080

ศูนย์ฯ เจียอี้ซื่อ   เลขที่ 160 ชั้น 1 จงซันลู่ เจียอี้ซื่อ   โทร. 05-2162633 โทรสาร 05-2162635

ศูนย์ฯ เจียอี้เซี่ยน   เลขที่ 278 ชั้น 6 หมินฉวนลู่ เจียอี้ซื่อ   โทร. 05-2771114, 05-2784551 โทรสาร 05-2788236

ศูนย์ฯ ไถหนานซื่อ   เลขที่ 6 ชั้น 8 หย่งหัวลู่ ไถหนานซื่อ   โทร. 06-2951052, 06-3901230 โทรสาร 06-2951053

ศูนย์ฯ ไถหนานเซี่ยน   เลขที่ 36 ชั้น 7 หมินจื้อลู่ ซินอิ๋งซื่อ ไถหนานเซี่ยน   โทร. 06-6326546 โทรสาร 06-6373465

ศูนย์ฯ เกาสงซื่อ   เลขที่ 6 ชั้น 4 เจิ้นจงลู่ เขตเฉียนเจิ้น เกาสงซื่อ   โทร. 07-8117543 โทรสาร.07- 8117548

ศูนย์ฯ เกาสงเซี่ยน   เลขที่ 117 ชั้น 3 ต้าเป่ยลู่ เหนี่ยวซงเซียง เกาสงเซี่ยน   โทร. 07-7338842 โทรสาร 07-7331153

ศูนย์ฯ ผิงตงเซี่ยน   เลขที่ 527 จื้อหยิวลู่ ผิงตงซื่อ   โทร. 08-7341634 โทรสาร 08-7341644

ศูนย์ฯ ไถตงเซี่ยน   เลขที่ 276 ชั้น 1 จงซันลู่ ไถตงซื่อ   โทร. 08-9359740 โทรสาร 08-9341296

ศูนย์ฯ เผิงหูเซี่ยน   เลขที่ 70/18 ชั้น 3 อันซันหลี่ หม่ากงซื่อ   โทร. 0-9270907 โทรสาร 06-9268391

ต่อมาเมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

ปกติแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ มักจะถูกให้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ของกระทรวงแรงงานโดยตรง ไม่แน่ใจว่าคุณพ่อได้สมัครหรือไม่ อย่างไร

แต่ถ้าไม่ทราบให้โทรเช็คที่ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ 02-2456708-9  หรือสำนักงานแรงงานจังหวัดนั้นๆ ที่คุณพ่ออาศัยอยู่ ซึ่งกองทุนนี้กำหนดไว้ว่า กรณีค่ารักษาพยาบาลจะช่วยเหลือประมาณ 30,000 บาท และหากจะเดินทางกลับจะช่วยอีกประมาณ 15,000 บาท ค่ะ



11
อัยยะ...คุณเป็นเพื่อนที่น่ารักมากนะครับ แบบว่าเพื่อนเดือดร้อนคับอกคับใจจึงพยายามหาช่องทางชี้ทางสว่างให้

เอาเป็นว่า เมื่อถามมา ทนายก็ตอบไป

ถามว่า "มันคือการลาออก หรือ แค่ไม่ต่อสัญญา เพราะเพื่อนก็ต้องการไปทำงานที่ใหม่แล้วค่ะ แบบนี้จะถูกปรับไหมคะ?"

ก็ตอบว่า ไม่ใช่การลาออก แต่เป็นการแจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญา ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้นะครับ เมื่อไม่อยากจะทำงานกับบริษัทแล้ว เมื่อถึงกำหนดตามสัญญา วันต่อมาก็ไม่ต้องไปทำงาน ง่ายๆอย่างนี้เลยครับ บริษัทก็จะมาเอาผิดไม่ได้ เพราะมันมีสัญญากำกับไว้อย่างชัดเจนแล้ว เว้นแต่ว่า ในสัญญาจะเป็นการจ้างงานแบบ "ไม่กำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน" อย่างนี้ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน แต่ถ้าเป็นตามข้อมูลที่ให้มานี้ ก็ไม่ต้องกังวลเลยครับ และก็ไปทำงานที่ใหม่ได้เลยครับ

ส่วนเพือนของคุณจะถูกปรับมั๊ย? ก็ตอบว่า ไม่ถูกปรับหรอกครับ จะปรับเรื่องอะไร เว้นแต่จะไปเอาทรัยพ์สินนายจ้างไปด้วย อันนี้ก็โดนแน่ๆ ครับ

ทนายพร

12
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: คดียาเสพติด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2019, 03:38:35 PM »
สืบคืนได้จาก google เลยครับ

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

13
อ่านแล้วไม่รู้ว่าจะตอบได้ทันหรือเปล่า ต้องขออภัยด้วยนะครับ ทนายงานแน่นมากในช่วงนี้ แต่ก็จะพยายามหาเวลามาตอบให้ทุกคำถามนะครับ

เอาเป็นว่า เมื่อมีคำสั่งย้าย มีทางเลือกอยู่ ๒ ทางคือ ๑ ยอมย้ายตามคำสั่ง ก็จะทำให้สถานภาพของความเป็นลูกจ้างยังคงอยู่ต่อไป และปรับชีวิตตามสถานที่ทำงานใหม่ และแน่นอนได้เพื่อนร่วมงานใหม่ๆ
หรือ ๒ ไม่ไปแล้วให้นายจ้างเลิกจ้างแล้วไปต่อสู้ในศาลว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณและทำให้การดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากเลือกทางนี้ แน่นอนว่า บริษัทกับเราก็เป็นคู่ต่อสู้กัน ซึ่งศาลจะเป็นคนตัดสินว่า ใครแพ้ใครชนะ

อย่างไรก็ตามทนายก็ขอเสนอว่าให้ลองคุยและทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ เผื่อว่าอะไรๆ จะดีขึ้น (เว้นแต่ว่าคุยกันไม่ได้แล้ว) ในความเห็นของทนายนั้น ขอให้คิดเสมอว่า หากจะใช้ศาลเป็นที่พึ่งก็ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายนะครับ เพราะเวลาเริ่มคดีในศาลมันอาจจะไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังก็ได้นะครับ

เป็นกำลังใจให้นะครับ

ทนายพร

14
ทนาย งง กับคำถามนิดหน่อยว่า ถูกจับยาเค หรือตรวจเจอสารเสพติด เพราะเป็นคนละประเด็นกัน

ถ้าเสพแล้วตรวจเจอศาล อันนี้โทษก็น้อยหน่อยเพราะตามกฎหมายจะถือว่าเป็นผู้ป่วย ศาลอาจส่งไปบำบัด

แต่ถ้าจับได้ยาเค อันนี้ก็จะได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกล่ะครับ

ก็ประมาณนี้ครับ

ทนายพร

15
ถาม-ตอบปัญหากฎหมาย / Re: คดียาเสพติด
« เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 02:50:46 AM »
ก็คงไม่ต่ำกว่า ๔ ปีละครับ และหลังจากยื่นฟ้องแล้วก็คงไม่นานครับ หากทราบผลพิสูจน์หาสารบริสุทธิ อัยการก็คงจะยื่นฟ้องต่อศาลและกำหนดนัดพิจารณาคดีไม่น่าจะเกิน ๔๕ วันครับ

ทนายพร

หน้า: [1] 2 3 ... 21